ที่สำนักศึกษาต้าเฉียน ภายในตำหนักแห่งหนึ่ง
“ท่านเจ้าสำนัก ประมุขตระกูลเว่ยขอเข้าพบขอรับ”
มีศิษย์คนหนึ่งเข้ามารายงาน
“เว่ยจงโหมว?”
จีเสวียนหงขมวดคิ้วถาม “มีคนอื่นมาด้วยหรือไม่?”
“ไม่มีขอรับ”
“ให้เขาเข้ามาเถอะ”
จีเสวียนหงรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
ลำพังเพียงเว่ยจงโหมวจะมีขวัญกล้าอันใดมาวางหมากในสำนักศึกษาต้าเฉียน?
เห็นชัดว่าเบื้องหลังของเว่ยจงโหมวยังต้องมีตัวการที่แท้จริงอยู่อีกคน
ซึ่งคนผู้นั้นก็คาดเดาได้ไม่ยากนัก
เว่ยจงโหมว? หรือว่าเขาคือประมุขตระกูลเว่ยแห่งตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดิน?
ที่มุมของตำหนักใหญ่ ลูเยียที่ ‘แกล้งตาย’ นอนอยู่ตรงนั้นดวงตาปิดสนิท เสียงของเขาดังขึ้นข้างหูของจีเสวียนหง
จีเสวียนหงพยักหน้า
สมกับที่คาดไว้เพียงแค่หนังสือสารภาพผิดฉบับเดียวก็นับว่าเชื่อถือไม่ได้จริงๆ ลูเยียคิดในใจในอดีตขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังแม่นางนวลนวลได้ออกมือกดหัวตระกูลเว่ยให้เขียน ‘หนังสือรับสารภาพความผิด’ และสาบานว่าจะไม่แก้แค้นตระกูลลูอีกต่อไป
เรื่องนี้เคยสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งใต้หล้า
ทว่าเห็นได้ชัดว่าตระกูลเว่ยไม่ได้ยอมจำนนด้วยใจจริง!
ในเมื่อเว่ยจงโหมวผู้เป็นประมุขตระกูลเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเองย่อมหมายความว่าในการวางแผนเล่นงานตัวเองครั้งนี้ ตระกูลเว่ยได้ยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้แก่ราชวงศ์เชียงไปเสียแล้ว!
จีเสวียนหงกล่าวว่า “เมื่อหลายสิบปีก่อนยามที่ข้าบรรลุถึงขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลเว่ยเคยช่วย