เหลือข้าอย่างหนัก”
เห็นชัดว่าศัตรูของเจ้า ย่อมเล็งเห็นจุดนี้จึงได้ส่งเขามา
“สิ่งที่แปลกคือในเมื่อเจ้าตายไปแล้ว เว่ยจงโหมวยังจะมาทำอันใดอีก? หรือบนตัวเจ้ายังมีสิ่งของบางอย่างที่พวกเขาต้องการให้ได้?”
ลูเยียรู้สึกมีบางอย่างแวบขึ้นในใจ “เป็นไปได้!”
ทำไมราชวงศ์เชียงถึงไม่สนใจผลลัพธ์ของการขัดแย้งกับสำนักกระบี่เกาสวรรค์และยังต้องการจัดการกับตนเอง?
ทำไมถึงต้องให้ตนเองมายังเมืองหลวงด้วย?
แล้วทำไมถึงต้องหลอกเอาป้ายหยกไร้อักษรของตนไป?
ตอนนี้แม้จะรู้ว่าตนเอง ‘ตาย’ ไปแล้วกลับยังส่งประมุขของตระกูลเว่ยมาเยี่ยมเยียนชัดเจนว่ามีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่!
“ท่านผู้อาวุโสตระกูลเว่ยมีบุญคุณต่อท่านเพียงเดียว…”
ก่อนที่ลูเยียจะกล่าวจบ จีเสวียนหงก็กล่าวว่า “วางใจเถิด บุญคุณก็ส่วนบุญคุณแต่ความแค้นวันนี้ก็คือความแค้นข้าแยกแยะได้ชัดเจน”
หยุดไปครู่หนึ่ง จีเสวียนหงก็กล่าวต่อ “แต่หากเว่ยจงโหมวแยกแยะไม่ออก…”
กล่าวถึงตรงนี้เขาก็เอ่ยเตือนขึ้นทันที “เขามาแล้ว!”
ลูเยียรีบใช้เคล็ดวิชาลับปิดบังพลังลมปราณทำให้พลังชีวิตทั้งร่างของเขาจมดิ่งและหายไป
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
เว่ยจงโหมวผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำเดินสาวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวว่า “ท่านลุงจี ข้าได้ยินมาว่าลูเยียคนชั่วผู้นี้ก่อเหตุอาละวาดในสำนักศึกษา บัดนี้ถูกท่านสังหารแล้วหรือ?”
ขณะที่กล่าวสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างของลูเยียที่นอนนิ่งอยู่ที่มุมตำหนักให