่มองร่างสูงสง่าของลูเยียหายลับไปในม่านฝนอันเลือนราง จีเสวียนหงก็มีความรู้สึกอันซับซ้อนผุดขึ้นในใจ
‘เด็กคนนี้ยอมมาเมืองหลวงเพียงลำพังก็เพราะไม่อยากลากสำนักกระบี่เกาสวรรค์เข้ามาพัวพันในความวุ่นวายครั้งนี้สินะ?’
จีเสวียนหงพึมพำในใจ
การตัดสินใจของลูเยียนี้เองที่ทำให้จีเสวียนหงรู้สึกตกใจและสะเทือนใจมากที่สุดทั้งที่มีสำนักกระบี่เกาสวรรค์คอยหนุนหลัง แต่กลับยอมมาเมืองหลวงเพียงลำพังเพียงเพราะไม่ต้องการให้สำนักกระบี่เกาสวรรค์ถูกลากเข้าไปในความวุ่นวายและได้รับผลกระทบ!
ความห่วงใยเช่นนี้ช่างหาได้ยากและมีค่าอย่างยิ่ง!
ลูเยียไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลวเจ้าต้องมีชีวิตรอดกลับมาให้ได้ ตาเฒ่าอย่างข้าไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครในชาตินี้จะมีก็แต่เจ้าเท่านั้นที่คู่ควรแก่ความนับถือของข้า!
จีเสวียนหงยืนนิ่งอยู่ที่นั้นเป็นเวลานานมาก
ท่ามกลางม่านฝนอันมืดมิด ลูเยียสวมหมวกใบใหญ่ใช้เคล็ดวิชาลับที่เปลี่ยนแปลงพลังลมปราณและรูปลักษณ์ภายนอกเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่คดเคี้ยวประหนึ่งใยแมงมุมครึ่งชั่วยามให้หลัง ลูเยียเดินเข้าไปในโรงน้ำชาแห่งหนึ่งสั่งน้ำชาหนึ่งกานั่งดื่มชาเพียงลำพังสายฝนไหลลงมาตามชายคาไอร้อนลอยขึ้นจากกาน้ำชา ภายในโรงน้ำชามีลูกค้าเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ลูเยียกำลังรออย่างอดทนยามที่ราชวงศ์เชียงได้รับข่าวการตายของเขา พวกมันจะมีปฏิกิริยาอย่างไร?
คงไม่พ้นการถอนกำลังที่วางหมากเอาไว้
และที่สำคัญที่สุดพวกเขาก็จะเผลอป