ขาพันมังกรเพื่อเอาชีวิตราชวงศ์เชียงกระมัง?”
ลูเยียหัวเราะ “ที่ข้ามาเมืองหลวงครั้งนี้ก็เพื่อการนี้แหละ”
แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและมั่นใจไม่เห็นมีความกังวลเลยแม้แต่น้อย
จีเสวียนหงตระหนักได้ว่าลูเยียจะต้องมีไพ่ตายเตรียมไว้แล้วแน่ถึงได้กล้าทำตัวไม่หวาดกลัวเช่นนี้
ถึงกระนั้นเขาก็ยังเอ่ยเตือน “ราชวงศ์เชียงกล้าลงมือกับเจ้าโดยไม่สนผลกระทบที่จะตามมาจากสำนักกระบี่เกาสวรรค์ย่อมหมายความว่าพวกเขาก็มีที่พึ่งพาเช่นกัน!”
กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือแม้ว่าสำนักกระบี่เกาสวรรค์จะระดมกำลังมาถล่มถึงที่นี่ ราชวงศ์เชียงก็อาจมีการเตรียมการรับมือไว้แล้วเช่นกัน!
ลูเยียพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็มาดูกันว่าใครจะแน่กว่ากัน!”
“เรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้”
จีเสวียนหงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ทั่วทั้งสำนักศึกษาต้าเฉียนยังต้องให้ข้าคอยดูแล หากข้าแตกหักกับราชวงศ์เชียงย่อมส่งผลกระทบต่อทุกคนในสำนักศึกษา”
ลูเยียประสานมือโค้งกายคารวะอย่างสง่างาม “ท่านผู้อาวุโสแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ชัดแจ้งก็นับว่าช่วยข้าครั้งใหญ่แล้ว บุญคุณนี้ข้าจะจดจำไว้ในใจตลอดไป”
“ไปเถิดข้าจะส่งเจ้าออกจากสำนักศึกษา” จีเสวียนหงกล่าว
กล่าวจบเขาก็สะบัดมือคราหนึ่ง ร่างของเว่ยจงโหมวก็กลายเป็นเถ้าธุลีสลายไปในอากาศ
หลังจากนั้นเขาก็พาลูเยียจากไปด้านนอกสำนักศึกษาต้าเฉียนเมฆดำครึ้มปกคลุมสายฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลงขณะที