็นเครื่องมือจึงไม่อยากเปิดฉากสังหารและเลือกที่จะจากไปแต่ตอนนี้ลูเยียไม่ได้คิดเช่นนั้นอีกแล้วในบรรดาผู้นำของสำนักศึกษาต้าเฉียนเห็นได้ชัดว่ามีคนที่เป็นศัตรูกับตนรวมอยู่ด้วย!
เช่นนั้นย่อมจะเดินจากไปเฉยๆ ไม่ได้
“สายฝนนี้ตกลงมาช่างสบายใจจริงๆ หากข้าจากไปตอนนี้คงเป็นการเสียบรรยากาศอันสุนทรีย์นี้ไปเปล่าๆ…”
ลูเยียก้าวเดินตรงไปยังศาลาที่อยู่ไกลออกไป
ส่วนลึกในดวงตาอันลุ่มลึกของเขาเริ่มมีไอสังหารวูบไหวขึ้นมาอย่างเลือนลาง
“เร็วเข้า! ลงมือพร้อมกันจับตัวเขาไว้ให้ได้! ห้ามปล่อยให้เขาหนีไปเด็ดขาด!”
ซุนจื่อโหยวตะโกนเสียงดังชายชราผมขาวรีบเข้ามาขวางหน้าไว้ “ทุกท่านอย่าได้ทำผิดซ้ำสองอีกเลย! ตามความเห็นข้าพวกเราควรสอบถามสถานการณ์ให้กระจ่างเสียก่อน…”
พลั่ก!
ซุนจื่อโหยวเตะชายชราออกไปอย่างแรง “ไสหัวไป! เจ้าบังอาจขัดขวางอีกข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!”
จากนั้นซุนจื่อโหยวก็สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “จับตัวมันไว้ถ้าปล่อยให้ลูเยียหนีไปได้ข้าจะเอาเรื่องพวกเจ้าทุกคน!”
บรรดาผู้อาวุโสมองสบตากันแล้วไม่ลังเลอีกต่อไปทุกคนต่างลงมือพร้อมกันตูม!
แสงแห่งสมบัติล้ำค่าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รัศมีอันเจิดจ้าฉีกกระชากม่านฝนจนสว่างเจิดจ้าจนแสบตา
มีผู้อาวุโสถึงสิบเอ็ดคนรวมถึงซุนจื่อโหยวร่วมมือกัน
ภาพนั้นช่างสั่นสะเทือนฟ้าดิน
ต่างจากขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป พวกผู้อาวุโสจากสำนักศึกษาต้าเฉียนเหล่านี้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่า พลังบำ