่นนั้น!
บนสนามตอนนี้เหลือเพียงซุนจื่อโหยวเพียงคนเดียว ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นกัดฟันกรอด “ลูเยียเจ้าจบสิ้นแล้ว! ฆ่าคนของสำนักศึกษาไปมากมายขนาดนี้เจามัน…”
ลูเยียเคลื่อนร่างกายอย่างรวดเร็วเพียงยกมือก็ทำลายพลังป้องกันของซุนจื่อโหยวแล้วคว้าเข้าที่ลำคอของเขาได้แม่นยำ
“จนถึงตอนนี้ยังกล้าข่มขู่ข้าอีก ราชวงศ์ต้าเฉียนสัญญาจะให้ผลประโยชน์อะไรเจ้าถึงทำให้เจ้ายอมทุ่มเทชีวิตเช่นนี้?”
ลูเยียเอ่ยเสียงเรียบ
ซุนจื่อโหยวถูกบีบคือจนแทบหายใจไม่ออกแต่ยังคงแผดร้องอย่างบ้าคลั่ง “มาเลยฆ่าข้าสิ! ฆ่าข้าเลย!”
ลูเยียยิ้มเล็กน้อย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงเลือกจัดการเจ้าเป็นคนสุดท้าย?”
ซุนจื่อโหยวยังคงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
ลูเยียกล่าวต่อโดยไม่สนใจ “ข้ากลัวว่าถ้าสังหารเจ้าเป็นคนแรกพวกเขาคนอื่นก็จะไม่กล้าเข้ามาอีกและพากันแตกหนีกระเจิงไป”
“หากเป็นเช่นนั้นการที่ข้าจะสังหารพวกเขาทั้งหมดให้สิ้นจะเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย”
“และนั่นก็คือสิ่งที่เจ้าอยากเห็นไม่ใช่หรือ?”
ซุนจื่อโหยวหยุดร้องเขาจ้องมองลูเยียเขม็งแล้วกล่าวเสียงแหบแห้ง “เจ้า…เดรัจฉาน! คำพูดที่ไร้สามัญสำนึกเช่นนี้เจ้ายังกล้าพูดออกมาได้!”
ลูเยียตอบอย่างสงบ “หากพวกเจ้ามีมโนธรรมเหตุใดถึงร่วมมือกันรังแกข้าที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตแทนทองคำตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว?”
ขณะที่พูดนิ้วทั้งห้าของลูเยียก็เริ่มออกแรง
“หยุดมือ!”
ทันใดนั้นเสียงแก่ชราเสียงหนึ่งก็ดัง