ภาพที่แปลกประหลาดนี้ ทำให้ทุกคนต่างเบิกตากว้าง
ลู่เยี่ยค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แหงนมองไปยังห้วงลึกของท้องฟ้า ณ ภูเขาเทียนจิ้นนั้น
ในดวงตาอันลึกล้ำของเขามีประกายความปรารถนาอย่างแรงกล้า
สายฟ้าที่ฟาดลงมาเมื่อครู่นี้ ด้วยความเร็วระดับนั้น แม้แต่เขาก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
มีเพียงผังดาบเก้าคุมขังในฝ่ามือขวาที่ราวกับรู้ล่วงหน้า จู่ ๆ ก็ร้อนระอุขึ้นมา เหมือนคนตะกละที่อดอาหารมานาน ในชั่วขณะที่สายฟ้านั้นฟาดลงมา มันก็กลืนกินพลังนั้นเข้าไป
ลู่เยี่ยจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าความผิดปกตินี้หมายความว่าอะไร?
“ลองมาอีกสักทีสิ?”
ลู่เยี่ยพึมพำ
ราวกับกำลังว่าเขากำลังท้าทายภูเขาเทียนจิ้น
แต่สิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังก็คือ รอยแยกบนม่านฟ้าสีดำนั้นได้ประสานกลับเข้าหากันอีกครั้ง ไม่อาจเห็นภูเขาเทียนจิ้นนั้นอีกต่อไป
ลู่เยี่ยก้มหน้าลงมองชิ้นส่วนกระจกทองแดงในมือ
ก่อนหน้านี้ที่แสงลำนั้นปรากฏขึ้นเพราะถูกปราณดาบที่อยู่ในเศษกระจกทองแดงเรียกมา
เมื่อลู่เยี่ยมองไป ภายในเศษกระจกทองแดงนั้นไม่มีปราณดาบหลงเหลืออยู่แล้ว
บนผิวหน้ากระจกที่ใสกระจ่างและสุกสกาว กลับปรากฏเงาราง ๆ ของกล่องดาบอยู่