หนึ่งดาบสะท้านนภาดารา
หน้าตำหนักเหนือเมฆาสวรรค์ชั้นที่สามสิบสาม มหาพิภพจิตจร
ทานเหยียนคุกเข่าอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่ หน้าผากแนบอยู่กับพื้น ใจเต้นไม่เป็นสับ
ท่าทีของเขาอ่อนน้อมถ่อมตนกว่าก่อนมาก
เนื่องด้วยเขามาร้องขอทั้งที่ยังทำภารกิจไม่เสร็จสิ้น
จึงทำให้กระวนกระวายใจ กลัวว่ามรรคาจารย์จะผิดหวังในตัวเขา
ในเวลาเดียวกันก็กลัวว่ามรรคาจารย์จะไม่ตอบรับคำร้องขอด้วย
“เผ่าเหยียนไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้า ทั้งไม่ได้เกี่ยวข้องแดนสวรรค์หรือโลกคุนหลุน และเจ้าก็ไม่ได้เป็นคนในแดนสวรรค์ด้วยซ้ำ”
เสียงของมรรคาจารย์ดังออกมาจากตำหนักเมฆาม่วง ทำเอาทานเหยียนใจตกลงไปก้นเหว
แต่คำพูดต่อไปกลับทำให้เขาประหลาดใจและดีใจ
“ทว่าเผ่าเหยียนต้องเผชิญกับการโจมตีจากพวกผิดแผกเป็นชะตาที่ไม่ควรประสบ”
“ข้าสามารถช่วยได้หากศัตรูของเผ่าเหยียนเป็นเพียงลัทธิโบราณ เจ้าจงเรียกข้าอยู่ในใจ ใจจริงข้าย่อมบรรลุผล จำไว้ว่าจะต้องเป็นวิกฤตร้ายแรง”
น้ำเสียงของมรรคาจารย์ราบเรียบ ฟังอารมณ์ไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
ทานเหยียนดีใจแทบคลั่งจึงกราบไหว้ขอบคุณมรรคาจารย์ในทันใด
รอจนมรรคาจารย์ไม่ได้สั่งความใดอีก เขาจึงจากไปอย่างนอบนอม
ในความเป็นจริง เจียงฉางเชิงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เทพมหามรรคาลืมตาขึ้น
เขาสัมผัสได้ถึงรอยประทับสังสารวัฏของทานเหยียน จึงจับระยะห่างที่แน่นอนได้
เป็นโอกาสได้ทดลองดาบบินสะบั้นเซียนพอดี!
หากใช้วิชาเกาทัณฑ์ตาอีพิฆาตโลกาก็อาจถูกโลกเทพยุทธกั