นเอาไว้
แต่ดาบบินสะบั้นเซียนเป็นยอดของวิเศษสังหาร
มีคุณสมบัติเหนือกว่าเกาทัณฑ์เทพยิงตะวัน และมีความเร็วที่ล้ำเลิศกว่า
ต่อให้ล้มเหลวเขาก็ยังสามารถเรียกสมบัติอาคมกลับมาได้
เจียงฉางเชิงถูกทานเหยียนเข้ามาขัดจังหวะภาวะของการบำเพ็ญเพียรเสียแล้ว
จึงอดเคลื่อนสายตาไปมองในแดนมนุษย์ไม่ได้
เวลามาถึงปีเฉิงเทียนที่ห้าสิบสามแล้ว
เทียนจิ่งยังคงอยู่บนเส้นทางของผู้ทรงอำนาจ
ในการทำศึกเทพขุนเขาและเทพแห่งแผ่นดินในพื้นที่ต่างๆ ในใต้หล้าก็คุ้นเคยกับภารกิจเทพของตนแล้ว
สรรพชีวิตในใต้หล้าก็เริ่มยอมรับกับการมีตัวตนอยู่ของเทพเซียน
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อในวิถีแห่งเซียน
มีคนจำนวนมากที่รู้สึกว่าเทพเซียนล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธที่ทรงพลังก็เท่านั้น
เมื่อมองไปยังสรรพชีวิตมากมายในโลกคุนหลุน
เจียงฉางเชิงจึงคิดถึงโลกแห่งมรรคาของตนขึ้นมา
นับตั้งแต่วันที่เขาให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาขึ้นมา ก็ยังไม่มีชีวิตถือกำเนิดออกมาอย่างทะลักล้น
ในโลกแห่งมรรคายังคงเงียบเหงาเช่นเดิม
แต่มิติของโลกแห่งมรรคา กลับขยายออกไปอย่างไม่มีกฎระเบียบ
สำหรับเจียงฉางเชิงแล้ว โลกแห่งมรรคาในเวลานี้เป็นดินแดนที่เก็บกักปราณวิญญาณฟ้าดิน
ที่ทำให้เขามีพลังอาคมหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
ในขณะที่เจียงฉางเชิงกำลังดูดินแดนทั้งสองโลกอยู่นั้น
ทานเหยียนที่อยู่ห่างไกลออกไปในมหาพิภพนิลเหลือง ก็ถูกประมุขเผ่าเรียกไปพบ
ครั้งนี้ไม่ได้ไปพบในโถงใหญ่ของประมุขเผ่า