“เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”
ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมบรรพชนหลิงเจินเอ่ยถามขึ้น
“ยังมีชีวิตอยู่ขอรับ!”
“ได้ไปทวงถามตัวคนจากเผ่าปีศาจชิงชิวแล้วหรือยัง?”
“ทวงถามไปแล้วทว่าถูกปฏิเสธกลับมาขอรับ!”
ผู้ที่มารายงานข่าวคือชายวัยกลางคนร่างกำยำผู้หนึ่ง
เขากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เผ่าปีศาจชิงชิวบอกว่าหากต้องการตัวคนกลับคืนย่อมได้แต่จะต้องให้ท่านบรรพชนเดินทางไปพบด้วยตนเองและต้องคุกเข่าอ้อนวอนพวกมันด้วยขอรับ”
ปัง!
เติงเถียนฟาดฝ่ามือบนโต๊ะหยกตรงหน้าจนแตกละเอียด
“เผ่าปีศาจชิงชิวนี้คือการหาเรื่องตายชัดๆ!”
ใบหน้าของผู้อาวุโสเผ่าปีศาจปีฟางเหล่านั้นต่างก็ดูไม่สู้ดีนักบรรพชนหลิงเจินถอนหายใจ “พวกเขากำลังฉวยโอกาสนี่หาเรื่องตั้งใจกลั่นแกล้งพวกเราโดยเฉพาะ!”
กล่าวจบเขาก็อธิบายสาเหตุให้ลูเยียฟัง
เผ่าปีศาจปีฟางและเผ่าปีศาจชิงชิวต่างก็เป็นหนึ่งในขุมกำลังชั้นยอดของเหล่าเผ่าปีศาจในเขตหวงห้ามลึกลับที่สี
และทั้งสองเผากลับมีหนี้เลือดต่อกันมาอย่างยาวนานต่างฝ่ายต่างเป็นศัตรูกันไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้
หลังจากฟังจบลูเยียก็เอ่ยว่า “พูดแบบนี้เหตุผลที่พวกเขาไม่ยอมปล่อยคนก็เพียงเพราะเกลียดชังเผ่าปีศาจปีฟางเท่านั้นหรือ?”
บรรพชนหลิงเจินพยักหน้ากล่าวอย่างเสียใจ “ผู้เฒ่าก็ไม่คาดคิดว่าสหายเต๋าเหวินอวินผู้นั้นจะตกอยู่ในมือของเผ่าปีศาจชิงชิวได้”
ทันใดนั้นแววตาของบรรพชนหลิงเจินก็มีประกายเย็นเยียบวูบผ่านในดวงตาก่อนจะเอ่ยเสียงทุ่มต่ำ