“ท่านผู้อาวุโส ในเมื่อท่านมีวิธีขจัดพลังมหาพิบัติเทียนจิ้นได้ ข้าเชื่อว่าท่านย่อมเข้าใจดีว่า พวกข้าล้วนเหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณเท่านั้น แม้วันนี้จะได้รับการปลดปล่อย แต่อีกไม่นานก็จะสลายไปตามสายลม”
กล่าวจบ ชายผู้นั้นก็ก้มศีรษะคำนับ ประกบมือเป็นหมัดแล้วคารวะ “พวกข้าวิงวอนขอให้ท่านผู้อาวุโสโปรดเมตตา ชี้แนะหนทางสว่างให้แก่พวกข้าด้วยเถิด!”
เงาร่างอื่นๆ ต่างพากันก้มศีรษะคารวะ “โปรดวิงวอนให้ท่านผู้อาวุโสเมตตาด้วย!”
ลู่เยี่ย “…”
บัดซบ! ให้ข้าที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนตัวเล็ก ๆ ขอบเขตแท่นทองคำมาชี้หนทางสว่างให้พวกท่านงั้นรึ?
เสียสติไปแล้วหรือไร!
ลู่เยี่ยส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด “ข้ายังไม่รู้แม้แต่ที่มาของพวกเจ้า แล้วข้าจะมีสิ่งใดไปชี้แนะพวกท่านได้? พวกท่านเห็นความสำคัญของข้าเกินไปแล้ว รีบไปเสียเถิด!”
แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เยี่ยถึงกับพูดไม่ออกก็คือ ยิ่งเขากล่าวความจริงมากเท่าใด เงาร่างเหล่านั้นกลับยิ่งปักใจเชื่อว่า เขามีความสามารถทว่ามิปรารถนาจะพัวพันกับเหตุปัจจัยนครานี้