“ท่านผู้อาวุโส พวกข้าล้วนเป็นดวงวิญญาณที่ถูกมหาพิบัติเทียนจิ้นคร่าชีวิต บัดนี้เพียงอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักระยะ ขอท่านโปรดเมตตาด้วย!”
เงาร่างสตรีผู้หนึ่งที่ดูงดงามชดช้อยเอ่ยวิงวอนเสียงเบาว่า “พวกข้าจะซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ยินดีเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ท่าน!”
เงาร่างพร่าเลือนอื่น ๆ ต่างก็พากันแสดงเจตจำนง อ้อนวอนขอความเมตตาจากลู่เยี่ย
บรรพชนซิงหลินอดรนทนมิได้จึงเอ่ยขึ้น “ลู่เยี่ย หากเจ้าพอจะช่วยได้ ก็ช่วยพวกเขาเสียหน่อยเถิด ถือเสียว่าเป็นการสร้างบุญวาสนาร่วมกัน”
เรื่องเช่นนี้มันควรกล่าวออกมาง่าย ๆ เช่นนี้รึ?
บรรพชนหลิงเจิน เติงเทียน และคนอื่น ๆ ต่างพากันชำเลืองมองบรรพชนซิงหลินแวบหนึ่ง นี่นับเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่ง!
ทว่าลู่เยี่ยไม่ได้โกรธเลย บรรพชนซิงหลินมีนิสัยเช่นนี้เอง ทว่าเนื้อแท้หาใช่คนเลวร้าย
ลู่เยี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่ภาพหมอกมงคลเคลื่อนสู่สรวงในมือ “ในอดีตพวกท่านถูกขังอยู่ในภาพนี้แต่ไม่ได้สูญสลาย เหตุใดจึงไม่กลับเข้าไปเล่า?”
เหล่าเงาร่างพร่าเลือนต่างพากันชะงักไป ก่อนจะดูเหมือนเข้าใจในทุกสิ่งประหนึ่งตื่นจากภวังค์