งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป
จงหลีซีและเชียงหลิวเฟิงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันนางได้รับคำเชิญอย่างให้เกียรติจากเติงเถียนให้อยู่ร่วมดื่มกินในงานเลี้ยง
“ท่านใต้เท้าลูข้าผูเฒ่ามีภาพม้วนลึกลับชื่อ ‘ภาพหมอกมงคลเคลื่อนสู่สรวง’ อยู่หนึ่งม้วนกล่าวกันว่าภายในซุกซ่อนความนัยอันยิ่งใหญ่ไว้หวังว่าท่านจะช่วยสละเวลาพิจารณาสักครา”
บรรพชนหลิงเจินเอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหันพร้อมกับหยิบม้วนภาพเก่าแก่ที่วาดบนหนังสัตว์ออกมาแล้วส่งให้ลูเยียด้วยตัวเอง
“ท่านต้องการทดสอบข้าอย่างนั้นหรือ?”
ลูเยียถามพลางยิ้มบรรพชนหลิงเจินรีบส่ายหน้าพัลวัน “ไม่กล้าทดสอบท่านหรอกท่านใต้เท้าลูโปรดอย่าเข้าใจผิดเป็นอันขาด”
หลังจากนั้นเขาอธิบายประวัติความเป็นมาของ ‘ภาพหมอกมงคลเคลื่อนสู่สรวง’ นี้ในช่วงเวลาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันของเขตหวงห้ามลึกลับที่สี ‘ภูเขาเทียนจิน’ ที่ถูกกดทับอยู่เหนือท้องฟ้ายามราตรีเคยเกิด ‘หายนะมหาวิถี’ อันน่าพิศวงถึงสามครั้ง
ทุกครั้งที่ ‘หายนะมหาวิถี’ ปะทุขึ้นทั่วทั้งเขตหวงห้ามลึกลับดูประหนึ่งวันสิ้นโลกได้มาถึง
แสงภัยพิบัติสีเลือดอันน่าสะพรึงพุ่งทะยานออกจากภูเขาเทียนจินฉีกท้องฟ้าส่องสว่างไปทั่วสารทิศในเวลานั้นสรรพชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเขตหวงห้ามลึกลับที่สีไม่ว่าจะมีพลังบำเพ็ญใดไม่ว่าจะซ่อนตัวอยู่ที่ใด
เพียงแค่ถูกแสงภัยพิบัติสีเลือดกวาดผ่านจะต้องวิญญาณแตกสลายดับสูญไปพร้อมกับวิถีของตน!
‘หายนะมหาวิถี’ เช่นนี