จงหลี่ซีรู้สึกผิดหวังในใจ แต่ก็ยังคงตอบอย่างนอบน้อม “ผู้น้อยจะนำคำพูดของท่านผู้อาวุโสไปรายงานต่อท่านมหาปุโรหิตอย่างไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียวเจ้าค่ะ!”
ลู่เยี่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน “ในแดนรัตติกาลลึกลับ พวกเขามีท่าทีต่อข้าเช่นไร?”
จงหลี่ซีอึ้งไปชั่วครู่ แล้วจึงครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนตอบว่า “ทุกคนต่างหวังว่าท่าน ผู้อาวุโสจะมาเยือนแดนรัตติกาลลึกลับ เพื่อจะได้ชื่นชมบารมีของท่านผู้อาวุโสด้วยตาของพวกเขาเองเจ้าค่ะ!”
ลู่เยี่ย “……”
ตัวเขาที่เป็นเพียงเด็กหนุ่มขอบเขตแท่นทองคำ จะมีความโดดเด่นอะไรให้พวกเขาชื่นชมกัน?
เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า “แล้วในสายตาของเจ้า นับแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบัน มีปัญหาใดในแดนรัตติกาลลึกลับที่แม้แต่มหาปุโรหิตอี้เทียนก็ไม่สามารถแก้ไขได้หรือ?”
จงหลี่ซีนึกถึงคำตอบหนึ่งได้ในทันที และเอ่ยออกมาโดยไม่ทันคิด “จันทราสีโลหิต!”
บรรพชนหลิงเจินและคนอื่น ๆ รู้สึกสะท้านใจ
เหนือท้องฟ้ายามราตรีของเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่มีภูเขาเทียนจิ้นกดทับอยู่ ปิดผนึกเขตหวงห้ามทั้งหมดมาตลอดหลายยุคสมัย
ส่วนในแดนรัตติกาลลึกลับมีจันทราสีโลหิตคอยกักขังไว้ ทำให้โลกใบนั้นถูกตัดขาดจากโลกภายนอก