นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จ้องมองลู่เยี่ย “ท่านมหาปุโรหิตอี้เทียนบอกเพียงว่า ราตรีอันยาวนานชั่วนิรันดร์ หวังเพียงท่านจะมาเยือน!”
ทุกคนต่างครุ่นคิด
ราตรีอันยาวนานชั่วนิรันดร์ หวังเพียงท่านจะมาเยือนเท่านั้นหรือ?
เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้เขาตระหนักได้ว่ามหาปุโรหิตอี้เทียนให้ความสำคัญกับลู่เยี่ยถึงขั้นที่ไม่เคยมีมาตลอดหมื่นยุค!
มิเช่นนั้น เหตุใดจึงต้องกล่าวถึง ‘ราตรีอันยาวนานชั่วนิรันดร์?’
ทั้งยังหวังให้ลู่เยี่ยเพียงผู้เดียวเดินทางไปยังแดนรัตติกาลลึกลับ!
น้ำหนักความสำคัญนี้ช่างมากมายเหลือเกิน
ลู่เยี่ยย่อมตระหนักถึงจุดนี้ได้เช่นกัน ในใจเขารู้สึกฉงนใจนัก เหตุใดจึงต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย?
ในตอนนี้ จงหลี่ซีได้ประคองกล่องหยกด้วยมือทั้งสอง ส่งมาตรงหน้าลู่เยี่ย
ลู่เยี่ยยื่นมือรับไว้ ครุ่นคิดเล็กน้อย แต่ไม่ได้เปิดออก
แต่เขากลับกล่าวว่า “รบกวนแม่นางจงหลี่กลับไปบอกมหาปุโรหิตอี้เทียนว่า ในเมื่อรอมานานขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่เสียหายอะไรที่จะรออีกสักระยะ เมื่อข้าอยากไป ก็จะไปเอง”
ความหมายแฝงก็คือ จะไปหรือไม่ไป ข้าเป็นคนตัดสินใจ ไม่มีใครสามารถบังคับได้