“หากไม่ใช่เช่นนั้น เหตุใดทั้งที่รู้ว่าข้าต้องไปดินแดนหลิงชางและไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้พบกันอีก เจ้ากลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย?”
ฉินชิงหลีกล่าวว่า “ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลอวิ๋นแห่งเว่ยซานคือตระกูลของมารดาข้า เจ้าไม่กังวลหรือว่าข้าอาจไปแล้วไม่กลับมา?”
หญิงสาวรู้สึกโกรธขึ้งมา รู้สึกว่าเจ้าคนบ้าลู่เยี่ยผู้นี้ยังคงเย็นชาไร้หัวใจไม่ต่างจากแต่ก่อน
ลู่เยี่ยหัวเราะ “วางใจได้ ข้าจะไปตามหาเจ้าเอง! หากตระกูลอวิ๋นแห่งเว่ยซานกล้าไม่คืนตัวเจ้าให้ข้า ก็อย่าโทษข้าที่จะแย่งตัวเจ้ากลับมา!”
อวิ๋นเป่ยเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย น้องชายลู่ผู้นี้ช่างโอหังนัก คิดว่าตระกูลอวิ๋นแห่งเว่ยซานเป็นผู้ที่จะรังแกได้ง่าย ๆ หรืออย่างไร?
ทว่าถ้อยคำเผด็จการที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของลู่เยี่ย กลับทำให้ฉินชิงหลีรู้สึกอิ่มเอมใจยิ่งนัก
หญิงสาวยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน “หากเจ้ากล้าไม่มา ข้าจะกลับมาตามหาเจ้าเอง! แล้วจับเจ้ามัดไว้ให้แน่นหนา แล้วบังคับให้เจ้าแต่งงานกับข้า!”
ลู่เยี่ย “…”
หญิงสาวผู้นี้ช่างโอหังยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีก
“จะออกเดินทางเมื่อใด?”
ลู่เยี่ยถาม