ฉินชิงหลีส่ายหน้าเล็กน้อย “ท่านเจ้าสำนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าได้รับความเมตตาและความรักจากทั่วทั้งสำนัก ทำให้ข้าสามารถทุ่มเทกับการฝึกฝนได้ ทว่าข้ากลับไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อสำนักเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“ครานี้ ให้ข้าได้ทำหน้าที่นี้เถิด”
ขณะที่หญิงสาวกล่าว เงาร่างอ้อนแอ้นของนางก็ได้ลอยมาอยู่บนลานประลองแล้ว
อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหว รูปโฉมงดงามเหนือสามัญ ทำให้นางกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันที
เวินซิ่วเจวี๋ย ว่านกุยหยวน และคนอื่น ๆ เห็นสถานการณ์เช่นนี้ได้แต่กลั้นความกังวลในใจไว้
“น้องลู่ เจ้าไม่กังวลบ้างหรือ?”
อวิ๋นเป่ยเฉินเขยิบเข้ามากระซิบข้างหูของลู่เยี่ย “ข้าพอมองออกว่า ญาติผู้น้องชิงหลีมีใจให้เจ้าจนหมดสิ้น รักปักใจจนไม่อาจถอนตัวได้แล้ว”
อวิ๋นเป่ยเฉินถอนหายใจอย่างขมขื่น แววตาแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่ง
เมื่อก่อน เพียงแค่เรื่องที่มารดาของฉินชิงหลีตกลงปลงใจเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกันกับฉินอู๋ซาง ก็ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนขนานใหญ่ในตระกูลอวิ๋นแห่งเว่ยซาน ไม่รู้ว่ามีผู้อาวุโสกี่คนที่โกรธเกรี้ยว
จนถึงตอนนี้ ตระกูลอวิ๋นแห่งเว่ยซานก็ยังไม่ยอมรับฉินอู๋ซาง!