ย่อมคาดเดาได้ไม่ยากว่า หากฉินชิงหลีคิดจะอยู่กินกับลู่เยี่ย อุปสรรคที่ต้องเผชิญย่อมมหาศาลยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก!
“เหตุใดต้องกังวล?”
ลู่เยี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่า ข้าจะยอมนิ่งดูดายปล่อยให้ชิงหลีถูกสังหาร?”
อวิ๋นเป่ยเฉินชะงักไป จากนั้นก็เข้าใจทันที เพื่อฉินชิงหลี ลู่เยี่ยพร้อมที่จะเมินเฉยกฎเกณฑ์ของการประลองเดิมพันชีวิตไปเสียสิ้น!
เพียงแต่… ลู่เยี่ยมีความสามารถพอที่จะ ‘คว่ำโต๊ะ’ เจรจาครานี้ได้จริงรึ?
“เหอะ เช่นนั้นก็ให้ตาแก่อย่างข้าเป็นคนแรกที่ลงมือ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า ดาวดวงใหม่ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ที่เจิดจ้าที่สุดของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์มีฝีมือเพียงใด!”
ชายชราผมขาวโพลนปรากฏตัวบนลานประลอง
ผู้คนต่างจำได้ว่า เขาคือผู้อาวุโสแห่งสำนักเต๋าหลิงซูนามว่า ‘หลัวหลิ่วเซิง’
เขาคือปรมาจารย์ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ขั้นปลาย ผู้เป็นปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์
ในดินแดนต้าเฉียนนี้ เขาถือเป็นบุคคลชั้นยอดที่เป็นรองจากบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
หากอยู่ในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียน ไม่ว่าจะเป็นสำนักใด ล้วนถือได้ว่าเป็นเสาหลักของสำนักทั้งสิ้น!