ดาผู้เลอโฉมในดินแดนหลิงชางก็มิได้ด้อยกว่ากันเลย!
“ตระกูลอวิ่นแห่งเวยซาน?” แววตาของลู่เยี่ยเป็นประกายแฝงเลศนัย “ผู้อาวุโสอวิ่นเป็นบรรพบุรุษของนาง ข้าเกรงว่าพวกเขาคงไม่อาจปฏิเสธการที่ข้าจะแต่งงานกับฉินชิงหลีได้”
ในที่นั้น ผู้คนจากสำนักเต๋าหลิงซูรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเจ้าสำนักต้วนชิงเฟิงยิ่งแดงก่ำด้วยความอับอาย เขาเพิ่งจะเยาะเย้ยลู่เยี่ยว่าไม่สามารถเข้าร่วมการประลองในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ได้ ฉินชิงหลีก็ปรากฏตัวขึ้น และยังทะลวงขอบเขตจนก่อให้เกิดปรากฏการณ์ผิดปกติในฟ้าดิน นี่มันเหมือนการตบหน้าต่อหน้าชัดๆ!
“ท่านเจ้าสำนัก พวกเรายังจะทำการประลองขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์อีกหรือไม่?” ใครบางคนถามขึ้นด้วยน้ำหนักใจอันหนักอึ้ง
ต้วนชิงเฟิงกัดฟันและส่งเสียงกระแสจิตด่าว่า “แค่ฉินชิงหลีที่เพิ่งทะลวงขอบเขตเท่านั้น พวกเจ้าจมจ่อมอยู่ในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์มาตั้งหลายปี หรือว่าความกล้าหาญของพวกเจ้าถูกสุนัขกินไปหมดแล้วรึ?”
จากนั้นต้วนชิงเฟิงจึงสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยเน้นทีละคำว่า “พวกเจ้าไม่คิดหรือว่า หากอาศัยโอกาสนี้สังหารฉินชิงหลีได้ ย่อมเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ได้อย่างมาก?”
ทุกคนนิ่งเงียบ พวกเขาลล้วนมองออกว่าเจ้าสำนักจะไม่ยอมล้มเลิก “ถ้าอย่างนั้นก็สู้!”
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะรับมือกับหญิงสาวอายุสิบกว่าปีไม่ได้”
“เพื่อสำนัก ต่อให้ต้องแลกด้วยสิ่งใด ข้าก็ต้องกำจ