ัดฉินชิงหลีให้ได้” เหล่าผู้อาวุโสที่เข้าร่วมการประลองเดิมพันชีวิตต่างพากันประกาศกร้าวด้วยความบ้าคลั่ง
ท่ามกลางบรรยากาศอึกทึกวุ่นวายนี้ ฉินชิงหลีก็บินมาถึงยอดเขาสองจันทราอย่างเบาหวิว เวินชิวเจวีย วานกุยหยวน และคนอื่นๆ ต่างยิ้มแย้มเดินไปต้อนรับ แต่ฉินชิงหลีเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งตัวไปหาลู่เยี่ยทันที ด้วยท่าทางเร่งร้อนอย่างยิ่ง นางยังไม่ทันถึงตัวลู่เยี่ยก็เผยรอยยิ้มสดใสงดงามออกมาแล้ว ดวงตาเป็นประกายระยับ ยิ้มพลางโบกมือ
“เจ้าคนสารเลว ในที่สุดเจ้าก็มาหาข้าเสียที!”
เสียงอันไพเราะราวกับเสียงสวรรค์นั้นแฝงไปด้วยความยินดีที่ซ่อนไม่อยู่ ผู้คนรอบด้านต่างพากันตาค้าง ตกตะลึงจนทำอันใดมิถูก หัวใจของศิษย์หนุ่มหลายคนต่างพากันแตกสลาย เทพธิดาชิงหลีผู้แสนเย็นชาและสูงส่ง เหตุใดจึงทิ้งกิริยาท่าทางแล้ววิ่งเข้าหาลู่เยี่ยอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้? ลู่เยี่ยคนนั้นมีดีอันใดกัน? เขามีคุณสมบัติพอหรือ?
บรรดาผู้ศรัทธาที่คลั่งไคล้ในตัวฉินชิงหลีต่างพากันยืนโง่งมไปหมด ลู่เยี่ยคนนั้นมีเสน่ห์อันใดกันแน่ ถึงทำให้เทพธิดาชิงหลีเสียกิริยาได้ถึงเพียงนี้?
ลู่เยี่ยเองก็ยิ้มกว้าง พยายามสะกดข่มความตื่นเต้นในใจ ยกมือขึ้นพลางกล่าวว่า “อย่าตื่นเต้นไป และก็อย่าเข้ามาใกล้ข้านัก ข้ากลัวจะถูกเกลียดและถูกฟันจนตาย”
ฉินชิงหลีเตรียมจะกระโจนเข้าอ้อมอกของลู่เยี่ย เมื่อเห็นดังนั้นก็อดกลอกตาไม่ได้ “นอนหลับเป็นตายมาตั้งสามปียังไม่ตาย คน