อย่างเจ้ายังรู้จักกลัวกับเขาด้วยรึ?”
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่นางก็หยุดยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตางดงามคู่นั้นกวาดมองสำรวจลู่เยี่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางพึมพำกับตนเองว่า “เทียบกับสามปีก่อน สูงขึ้นมาหกชุนครึ่ง แต่ไม่ได้อ้วนขึ้นเลย เพียงแต่บนร่างกายมีร่องรอยความโชกโชนเพิ่มมา ไม่เหมือนก่อนที่ดูโอหังนัก…”
หญิงสาวกล่าวพลางแสดงสีหน้าสงสารบนใบหน้าอันงดงาม “สามปีมานี้ เจ้าคนสารเลวเช่นเจ้าคงต้องลำบากมาไม่น้อยแน่ๆ”
หญิงสาวทำเหมือนไม่มีคนอื่นอยู่ ไม่สนใจสายตาแปลกๆ ที่มองมาจากรอบด้าน นางเพียงจ้องมองลู่เยี่ยแต่เพียงผู้เดียว ราวกับโลกของนางนั้นช่างเล็กแคบนัก เล็กจนบรรจุไว้ได้เพียงเงาร่างของลู่เยี่ยผู้เดียวเท่านั้น คนอื่นทั้งหมดล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป
ลู่เยี่ยรู้สึกปั่นป่วนในใจ ลอบทอดถอนใจ ในโลกหล้าแห่งนี้ยังมีใครเหมือนชิงหลีอีกเล่า ที่สามารถมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเขาสูงขึ้นเท่าใด?