อวิ๋นเป่ยเฉินขมวดคิ้ว ในที่สุดก็พอเข้าใจคลับคล้ายคลับคลาว่าทำไมลู่เยี่ยถึงให้ตนถอยออกมา
กู่เหยาผู้นี้มีความแปลกประหลาดอย่างยิ่งจริง ๆ!
เพียงแต่…
ลู่เยี่ยเพิ่งจะทะลวงขอบเขตเท่านั้น จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของคนผู้นี้ได้จริง ๆ หรือ?
บนลานประลอง หลังจากแสดงเจตจำนงศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาวิถีออกมาแล้ว เขาประสานนิ้วมือทั้งสิบเข้าด้วยกัน ประกอบเป็นมุทราอันแปลกประหลาดและลึกลับ
หลังจากนั้นก็กดลงกลางอากาศ
ในสายตาคนภายนอก พวกเขาไม่อาจสังเกตเห็นว่าการโจมตีครั้งนี้มีพลานุภาพใด ๆ เลย
แต่ในทะเลแห่งจิตสำนึกของลู่เยี่ยกลับได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงราวกับถูกสายฟ้าฟาด จิตเทวะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
สายฟ้าสีแดงฉานปรากฏขึ้นในทะเลแห่งจิตสำนึกของลู่เยี่ย แปรเปลี่ยนเป็นร่างเงาวูบไหวราวกับเป็นภาพลวงตา
คนผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับกู่เหยากับหล่อมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน
สิ่งที่แตกต่างคือชายผู้นั้นมีเส้นผมยาวสีเลือดปกคลุมศีรษะ ตรงกลางคิ้วมีรอยประทับ ‘เปลวเพลิงสีเลือด’ ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
“เดิมทีข้าตั้งใจจะสังหารทายาทตระกูลอวิ๋นแห่งเว่ยซานนั่น แต่ทว่าเจ้ากลับรนหาที่สอดมือเข้ามาเอง”
“เช่นนี้ก็ไม่อาจโทษข้าได้แล้ว”