ฟังออกว่าเขารู้สึกไม่ยินยอมจริง ๆ
ลู่เยี่ยไม่สนใจ
เขาเพียงจ้องมองชายหนุ่มชุดเทาที่ชื่อกู่เหยานั้นเขม็ง ในดวงตาลึกล้ำของเขาเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร
“แต่หากข้าถอนตัว ใครจะออกไปสู้?”
อวิ๋นเป่ยเฉินถามขึ้นอย่างกะทันหัน
ลู่เยี่ยส่งเสียงกระแสจิตว่า “เจ้าจงถอยไปก่อน จะมีคนไปจัดการกับเขาเอง”
อวิ๋นเป่ยเฉินไม่ลังเลอีกต่อไป ประกาศทันที “ขออภัย ข้าหมดอารมณ์เสียแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ ข้าขอถอนตัว”
กล่าวจบ เขาก็หันหลังเดินออกจากลานประลอง
ทั่งทั้งลานประลองตะลึงงัน
เป็นเพราะเขาสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงขยะมาตายแทน จนอวิ๋นเป่ยเฉินคร้านจะลงมืออย่างนั้นรึ?
เจ้าสำนักเวินซิ่วเจวี๋ยและคนอื่น ๆ ต่างก็ชะงักไปชั่วขณะ
ตามกฎแล้ว อวิ๋นเป่ยเฉินที่ชนะไปแล้วหนึ่งรอบ ก็สามารถเลือกที่จะถอนตัวได้จริง
เพียงแต่ เหตุใดอวิ๋นเป่ยเฉินจึงถอนตัวในเวลานี้ เป็นเพราะหมดอารมณ์จริง ๆ กระนั้นหรือ?
“ผู้อาวุโสพาน นั่นหมายความว่าคนผู้นี้มองออกว่ากู่เหยาเก่งกาจใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงเฟิงแววตาไหววูบ ส่งเสียงกระแสจิตสอบถาม
“น่าจะเป็นอย่างนั้น”
พานอวิ๋นจ้งขมวดคิ้ว หรืออวิ๋นเป่ยเฉินมองออกถึงพื้นเพของกู่เหยาหรือ?
เป็นไปไม่ได้!