แม้แต่อวิ๋นเป่ยเฉินเองก็ยังชะงักไป เข้าขมวดคิ้วกล่าวว่า “ไปแสวงหาขยะที่ไหนมาเป็นเบี้ยล่างรนหาที่ตายแทนสำนักเต๋าหลิงซูของพวกเจ้ากันรึ?”
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นรอบ ๆ ลานประลาน
ความเป็นไปได้เช่นนั้นย่อมมีอยู่จริง!
แต่ในชั่วขณะนั้น ข้างหูอวิ๋นเป่ยเฉินกลับได้ยินเสียงของลู่เยี่ย
“จงปฏิเสธการประลองกับเขา แล้วถอยลงมาเดี๋ยวนี้! ห้ามลงมือเด็ดขาด มิเช่นนั้น เจ้าจะต้องรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แน่!”
ดวงตาของอวิ๋นเป่ยเฉินเคร่งขรึม ส่งเสียงกระแสจิตถามว่า “คนผู้นี้มีปัญหาอะไรหรือ?”
“มี และเป็นปัญหาใหญ่มาก!”
น้ำเสียงของลู่เยี่ยเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม “จงเชื่อข้าสักครั้งเถิด”
อวิ๋นเป่ยเฉินรู้สึกต่อต้านอยู่ในใจ
เขาน่ะหรือจะไม่เคยผ่านคลื่นลมแรงมาก่อน?
ยิ่งไปกว่านั้น ในการฝึกฝนขอบเขตแท่นทองคำ แม้แต่ในดินแดนหลิงชางเขาก็ยืนอยู่ในแถวหน้าของผู้แข็งแกร่งที่สุด!
หากตอนนี้ต้องถอยโดยไม่ได้สู้ หน้าตาเขาจะเอาไปไว้ที่ใด?
ผู้คนจะมองว่าเขาเป็นเช่นไร?
ทว่าคำเตือนของลู่เยี่ย กลับทำให้เขาจำต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
“ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้ง หากเจ้ากล้าบังอาจหลอกข้า ต่อไปข้าจะไม่ยอมรับเจ้าเป็นน้องเขยของข้าอีก!”
อวิ๋นเป่ยเฉินกัดฟันพูด