ซิ่งนวดหว่างคิ้วของตนเองราวกับรู้สึกเสียใจอย่างมาก
ทันใดนั้น เขาก็ยิ้มพลางกล่าว “น่าเสียดายที่เจ้าเพิ่งจะรู้ตัว ก็สายเกินไปแล้ว เจ้าถูกกำหนดให้หนีไม่พ้น”
ลู่เยี่ยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “สถานที่อัปมงคลแห่งนี้ คงไม่ได้ถูกแยกขาดจากโลกภายนอกอีกใช่หรือไม่?”
อันที่จริงไม่จำเป็นต้องถามด้วยซ้ำ เขาได้สังเกตเห็นแล้วว่าเข็มทิศมีความผิดปกติเกิดขึ้น!
เห็นได้ชัดว่าพื้นที่รอบ ๆ ตกอยู่ในความแปลกประหลาดและผิดปกติแล้ว
ชิวเซิ่งพยักหน้าพลางกล่าว “แน่นอน อาศัยจานดาราอำพรางเวหานั้น ย่อมสามารถชี้ทางรอดให้เจ้าได้ แต่ว่า…”
เขาเงยหน้าจ้องมองลู่เยี่ย “เจ้าคิดว่าข้าจะยังให้โอกาสเจ้าอีกหรือ?”
นัยแฝงของประโยคนี้คือ ณ ที่นี้เวลานี้ ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือลู่เยี่ยได้อีกแล้ว
ลู่เยี่ยรู้สึกสะท้านใจ ตระหนักถึงบางสิ่ง “ท่าน... คือบรรพชนหลินชวนหรือ?”
ชิวเซิ่งแสดงความประหลาดใจ “เจ้าถึงกับดูออกแล้วหรือ?”
สีหน้าของลู่เยี่ยแปรเปลี่ยนระหว่างความสว่างและมืดอย่างไม่แน่นอน
หากชิวเซิ่งถูกวิญญาณอาฆาตเข้าสิง เขาจะไม่สามารถใช้เคล็ดวิชาลับที่สืบทอดมาจากสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ในการต่อสู้เมื่อครู่นี้ได้
และเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้เรื่องจานดาราอำพรางเวหา
เช่นนั้นก็เ