นี่เป็นชายผู้หนึ่งผมเผ้ารุงรัง สวมเสื้อคลุมหนังสัตว์ ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายวาววับราวกับโคมไฟสีทอง
เมื่อเห็นภาพนี้อย่างกระทันหัน ลู่เยี่ยก็หรี่ตาลงตามสัญชาตญาณ
จากนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าชายสวมเสื้อคลุมหนังสัตว์ที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงกำลังพูดอะไรบางอย่าง
แต่เสียงไม่สามารถส่งผ่านมาได้เลย
แต่จากการอ่านปากของอีกฝ่าย ทำให้ลู่เยี่ยสามารถแยกแยะได้ว่า อีกฝ่ายกำลังพูดว่า
“ท่านเป็นผู้ใดกัน ถึงกับสามารถมองทะลุ ‘กำแพงมิติกาลเวลา’ มองเห็น ‘แดนรัตติกาลลึกลับ!’ ได้ หรือว่าเป็นเทพเซียนองค์ใดกัน?”
ขณะที่พูด สายตาของชายสวมเสื้อคลุมหนังสัตว์มีแววตาเปล่งประกาย ระหว่างคิ้วและดวงตาปรากฏความตกตะลึงที่ยากจะยับยั้งและ…
ความระแวดระวัง!
ใช่แล้ว เป็นความระแวดระวัง
ร่างกายของอีกฝ่ายเกร็งแน่นราวกับคันธนู พลังปราณหมุนเวียนทั่วร่าง เห็นได้ชัดว่าเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทุกรูปแบบแล้ว
ลู่เยี่ยถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก
เขามั่นใจว่าตัวเองสามารถ ‘มองเห็น’ ทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่ายได้ แต่ทว่าอีกฝ่ายไม่มีทางที่จะ ‘มองเห็น’ ตัวเขาได้ เพียงแค่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาเท่านั้น