ฮวาเทียนเฟิ่งไปมาก
“มาอีก!”
ทันใดนั้นลูเยี่ยที่อยู่ห่างออกไปก็หัวเราะเบาๆ แล้วพุ่งเข้าโจมตี เขาก้าวเหยียบบนเศษหินที่แตกร้าวพลางพุ่งเข้าใส่ ทุกย่างก้าวที่ก้าวออกไป เจตจำนงกระบี่บนร่างเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีกส่วนหนึ่ง เมื่อก้าวเท้าถึงก้าวที่เก้า ร่างทั้งร่างของเขาได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสายฟ้าแห่งเจตจำนงกระบี่ที่แหลมคม ทะลุทะลวงฟ้าดิน! แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่อีก!
ฮวาเทียนเฟิ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจแต่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาเหวี่ยงดาบฟาดฟันออกไป ดาบยมทูตพิโรธได้วาดเป็นปราณดาบอันคมกริบและหาที่เปรียบไม่ได้ออกมา เจตจำนงดาบประหนึ่งนรกอเวจีเต็มไปด้วยเจตนาสังหารที่บริสุทธิ์และดุดัน ส่วนกระบี่ของลูเยี่ยราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังลุกไหม้ร่วงหล่นจากขอบฟ้า แผดเผาอย่างรุนแรง ปลดปล่อยแสงเจิดจ้าออกมานับหมื่นจั้ง
บนหน้าผาเสียงดาบครวญครางราวกับน้ำเดือด เสียงกระบี่ดังเป็นระลอกคลื่น เสียงปะทะอันดังสนั่นหูแผ่ขยายออกไปทั่วทุกทิศจากบนหน้าผา ก้องกังวานอยู่ระหว่างหุบเขาและเทือกเขา เมื่อทั้งหมอกควันและแสงสีแดงกลับคืนสู่ความเงียบสงบ บริเวณบนหน้าผาเต็มไปด้วยร่องรอยของดาบและกระบี่ตัดกันไปมาเหมือนร่องลึก พลังลมปราณของฮวาเทียนเฟิ่งยิ่งแหลมคมและดุดันมากขึ้น ผมสีเทายาวปลิวไสว เขายืนนิ่งอยู่กับที่
ส่วนกระบี่ในมือของลูเยี่ยสั่นสะท้าน มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ครั้งนี้เขาไม่ได้แสร้งทำ ในการประลองครั้งนี้เขายังคงอยู่