้นกับท่านจึงไมอาจลงมือได้”
ลูเยี่ยยังคงไม่ยอมแพ้ กล่าวว่า “ไม่เป็นไร การต่อสู้เพื่อความเป็นความตายก็ได้ ผลที่ตามมาทั้งหมดข้าจะรับผิดชอบเอง!” นับตั้งแต่ที่เขาตื่นจากภวังค์หลับใหลจนถึงบัดนี้ เขายังไม่เคยพบคู่ต่อสู้ที่คู่ควรให้ประลองฝีมือจริงๆ เลยสักคน มีเพียงครั้งนี้เท่านั้นที่ประลองกับฮวาเทียนเฟิ่งที่ทำให้เขารู้สึกถึงความพ่ายแพ้และความยากลำบากที่แท้จริง ในใจของเขากลับไม่ตกใจ แต่กลับยินดี เขาย่อมไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้เปล่าประโยชน์
ฮวาเทียนเฟิ่งยิ้มพลางส่ายหน้า “เอาไว้มีโอกาสค่อยว่ากันอีกที” เขาหันตัวจากไป เพียงชั่วพริบตาก็หายลับไปจากสายตา ลูเยี่ยเดิมทีตั้งใจจะลงมือทันที ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องประลองกับฮวาเทียนเฟิ่งอีกครั้ง แต่เห็นได้ชัดว่าฮวาเทียนเฟิ่งมองทะลุความคิดของเขา จึงเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
“ถ้ามีโอกาสลงมืออีกในอนาคต คงจะไม่เหมือนเดิมแล้ว” ลูเยี่ยพึมพำกับตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมา การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกอย่างชัดเจนว่า ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในตัวได้ถูกขุดค้นออกมาเพิ่มมากขึ้น! หากไม่มีอะไรผิดพลาด เมื่ออาการบาดเจ็บหายดีแล้ว พลังบำเพ็ญของตนเองจะต้องมีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด นี่คือข้อดีของการประลองกับผู้แข็งแกร่ง!
“พักรักษาบาดแผลก่อนดีกว่า” หลังจากที่ลูเยี่ยเก็บสมุนไพรเถาเงินมรกตไปแล้ว เขาก็หาถ้ำหนึ่งบนภูเขาและนั่งขัดสมาธิเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละน้อย
ส่วนบนหน้า