ซี่ยเปาสูถอนหายใจ นึกถึง ‘ชื่อเสีย’ ในแง่ลบที่ลูเยี่ยได้รับในเมืองหลวงต้าเฉียนเมื่อสามปีก่อน ในตอนนั้นมีลูกหลานผู้มีอำนาจหลายคนที่เคยถูกลูเยี่ยหลอกมาแล้ว
“พวกเรา… ถูกหลอกแล้วใช่หรือไม่!?” ในเวลาเดียวกัน เนี่ยเหวินชวนและเซี่ยงเจียนซงก็เพิ่งจะตระหนักได้ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างน่าตื่นตา ความโกรธ ความตกตะลึง ความอับอาย ความตกใจ… ปะปนกันไป
“ถอย! รีบถอย!” เนี่ยเหวินชวนตะโกนเสียงดัง หากยังสู้ต่อไปเกรงว่าคงหนีไม่พ้นความพ่ายแพ้ยับเยินทั้งหมดแน่ เซี่ยงเจียนซงก็รีบเตือนทันที ตัดสินใจถอนกำลังและพาทุกคนถอย
“ศิษย์พี่ทั้งหลาย อย่าปล่อยให้พวกเขาหนีไปเด็ดขาด!” ลูเยี่ยตะโกน เขาไม่แสร้งทำอีกต่อไป เปลี่ยนท่าทีจากอ่อนแอที่ดูเหมือนจะล้มลงได้ทุกเมื่อแล้ว ใช้วิชาตัวเบาปราชญ์ไล่ล่าตะวันจู่โจมอย่างดุดัน ในสายตาของผู้คนที่อยู่ห่างออกไป ลูเยี่ยดูเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคนเลยทีเดียว ร่างที่สง่างามเต็มไปด้วยพลังปราณที่ส่งเสียงดังกึกก้องรอบร่าง ล้อมรอบด้วยรัศมีสีครามกลมกลืน
รัศมีนั้นลึกลับพิศวงยิ่งนัก สมบูรณ์ไร้รอยตำหนิ ราวกับตัดเย็บจากสีของท้องฟ้าอันบริสุทธิ์ แตกต่างจากขอบเขตตำหนักวิญญาณที่มีรัศมีสีม่วงในโลกนี้ แต่อานุภาพของมันกลับน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เมื่อลูเยี่ยลงมือ รูปแบบการต่อสู้ก็เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เขาใช้เคล็ดวิชาประจำสำนักของสำนักกระบี่เกาสวรรค์ นั่นคือ ‘เคล็ดวิชาดาบเผาผลาญสุริยัน’ ‘คัมภีร์