ามสามารถในการต่อสู้ซ้ำสอง จนถึงขณะนี้ฝ่ายศัตรูที่มีจำนวนเกือบร้อยคน เหลือเพียงสามสิบกว่าคนเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะถูกหลอกกันทั้งหมด คนผู้นี้เป็นหลุมพรางชัดๆ!” เซี่ยเปาสูอ้าปากคาง “เขาแสร้งทำเป็นอ่อนแอมาตลอด จงใจแสร้งทำเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือ!”
มีคนสงสัย “แต่ในเมื่อถ้าเขาเก่งกาจถึงเพียงนั้น เหตุใดเขาจึงต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า?”
ฮวาเทียนเฟิงกล่าวว่า “ง่ายมาก เขาต้องการกวาดล้างคู่ต่อสู้ให้สิ้นในคราวเดียว!”
แววตาของมั่วไฉ่หนีแปลกประหลาด “จริงด้วย เนี่ยเหวินชวนและเซี่ยงเจียนซงเคยใช้กระบวนท่าสังหารหลายครั้ง แต่ล้วนถูกเขาหลบเลี่ยงอย่างหวุดหวิดทุกครั้ง ดูเหมือนว่าตอนนี้ไม่ใช่ว่าสู้ไม่ได้ แต่ไม่อยากจัดการสองคนนี้”
มีคนถามอย่างสงสัยว่า “ศิษย์พี่หญิงหมายความว่าอย่างไรกัน ข้าฟังไม่เข้าใจ?”
“โง่จริง หากเนี่ยเหวินชวนและเซี่ยงเจียนซงแพ้ไปแล้ว คนอื่นๆ จะมีกำลังใจต่อสู้อะไรอีก? พวกเขาก็แตกกระเจิงไปนานแล้ว! มั่วไฉ่หนีจ้องเขม็ง ลูเยี่ยกำลังหลอกล่อให้เหยื่อเข้ามาติดกับต่างหาก”
ให้ตายเถอะ ถ้าเป็นแบบนี้จริง ลูเยี่ยคนนั้นก็ร้ายกาจมากเกินไปแล้ว! ไม่สิ แต่เป็นพวกคนจากสำนักกระบี่เกาสวรรคนั่นแหละที่ร้ายกาจทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมิงฮาวคนนั้นที่คอยร่วมมือแสดงละครตลอด ทำสีหน้าโศกเศร้าขาดแต่เสียงสะอื้นไห้ จนทำให้ทุกคนคิดว่าลูเยี่ยกำลังสู้โดยไม่เสียดายชีวิตจริงๆ!
“สมแล้วที่เป็นลูเหลาเอ้อร์ที่ไม่เอาไหน!” เ