าจารย์จึงไว้ชีวิตเขา
จะต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญเป็นแน่!
หลิ่วเสินโจวลืมตาขึ้น ปรายตามองเขา กล่าวทั้งมีจิตสังหารเผยอยู่ในดวงตาว่า
“บังอาจ! หากมิใช่ว่าข้าปกป้องเจ้า เจ้าจะสามารถฝึกวิชาได้อย่างไร? กังวลหรือ?”
“เจ้าคงไม่ได้ไม่รู้ว่าเรื่องที่มรรคาจารย์ไว้ชีวิตเจ้านี้เป็นอันตรายมากมายเพียงใดกระมัง”
หลี่ชางไห่นิ่งงัน
“เจ้าดูข้าอีกครั้ง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าเอาแต่นิ่งนอนใจ ข้าอยู่ในภาวะที่ดีงามจริงๆ หรือ? ข้าถูกกักบริเวณเจ้ารู้หรือไม่?”
หลิ่วเสินโจวเอ่ยเสียงเย็นเยียบ เขาเองก็อัดอั้นตันใจเช่นเดียวกับหลี่ชางไห่
“เคราะห์ดีที่ข้าอยู่ในจวนมีค่ายกลกั้นเอาไว้ หาไม่แล้วคำพูดเหล่านี้ของเจ้าก็เพียงพอให้เจ้าถูกทัพเทพลงทัณฑ์จับไปแล้ว”
“ที่ข้าบอกว่าจวนแล้ว ก็หมายถึงจวนถึงเวลาแล้ว ระยะนี้ทัพเทพลงทัณฑ์ออกกวาดล้างมหาพิภพนิลเหลือง”
“เรื่องที่แดนสวรรค์ทำก็แพร่ออกไปแล้ว ซึ่งโลกเทพยุทธได้ลงความเห็น โดยมัดรวมมรรคาจารย์แห่งแดนสวรรค์กับลัทธิโบราณไว้ด้วยกันแล้ว”
“สิบปีก่อนทัพเทพลงทัณฑ์ถูกลัทธิโบราณโจมตีบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก นั่นก็นับเป็นเค้าลางแรกแห่งมหันตภัยแล้ว”
“อีกไม่นานโลกเทพยุทธก็ต้องการให้ข้าลงมือ ถึงยามนั้นข้าย่อมต้องพาเจ้าไปจากที่นี่!”
แววตาของหลิ่วเสินโจวสับสนอย่างยิ่ง เวลานี้เขาเองก็ยังคิดไมตกวาเหตุใดมรรคาจารย์จึงได้ไว้ชีวิตหลี่ชางไห่
คุณสมบัติของหลี่ชางไห่นั้นไม่เลวจริงๆ แต่ก็ห่างชั้นจากเขาอย่างม