“คนผู้นั้นคือลูเยี่ยหรือ?”
“หาโอกาสสังหารเขาซะ!”
“เขาแค่มีพลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณ แต่กลับกล้ามาที่เขตหวงห้ามลึกลับที่สี่ สำนักกระบี่เก้าสวรรค์บ้าไปแล้วหรือไร?”
ทางฝั่งสำนักเต๋าหลิงซู สายตาที่มองมาทางลูเยี่ยล้วนไม่เป็นมิตร
โดยเฉพาะชายวัยกลางคนเคราแพะผู้นั้น สายตาของเขาเย็นชาและแฝงไว้ด้วยเจตนาสังหาร
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำว่า
“ฉือเซียว ตราบใดที่เจ้ายอมมอบลูเยี่ยให้เราจัดการ ทางสำนักเต๋าหลิงซูยินดีที่จะชดเชยให้เจ้า
รับรองว่าจะทำให้พวกเจ้าพอใจ เป็นอย่างไร?”
คำพูดนั้นก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน ทำให้บรรยากาศกดดันลงไปอีก
เหมิงฮ่าวรีบส่งเสียงกระแสจิตว่า
“ศิษย์น้องลู เฒ่าผู้นี้ชื่อพานอวิ๋นจง มาจากตระกูลพาน เป็นผู้อาวุโสสำนักในแห่งสำนักเต๋าหลิงซู”
ตระกูลพาน?
ลูเยี่ยพลันรู้แจ้งทันที ไม่แปลกใจเลย
ฉือเซียวเอ่ยเสียงเย็นชา “หากเจ้ายอมส่งตัวเนี่ยเหวินชวนออกมา สำนักกระบี่เก้าสวรรค์จะชดเชยให้พวกเจ้า เป็นอย่างไร?”
สีหน้าของพานอวิ๋นจงเคร่งขรึมลงทันที ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงเอ่ยทีละคำ
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ต้องดูแลเขาให้ดี!”
ฉือเซียวกล่าวอย่างเฉยเมย
“หากสำนักเต๋าหลิงซูของเจ้ากล้าทำผิดกฎ ก็อย่าโทษว่าสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ของข้าไม่เกรงใจ!”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในการปฏิบัติการภายในเขตหวงห้ามลึกลับ มีกฎที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ข้อหนึ่ง
ว่าการแข่งขันระหว่างศิษย์ของกองกำลังใหญ่ต่างๆ จะนับเพียงแค่แพ้ชนะเท่าน