รรพจารย์กูเจียนหลู เพื่อผนึกกลิ่นอายของม้วนหนังสัตว์นี้ไว้โดยสิ้นเชิง หากเกิดความผิดปกติใดๆ ขึ้นมา ลูเยี่ยก็มีวิธีรับมือของตัวเอง
“ศิษย์น้องลู หากเจกังวลว่ากล่องดาบเจ็ดชุนมีปัญหา เจ้าสามารถมอบมันให้ข้าได้”
เยว่เหนิงจือนั่งลงข้างลูเยี่ย ส่งเสียงกระแสจิตว่า
“เจ้าสำนักบอกข้าแล้วว่า กล่องดาบเจ็ดชุนนี้เป็นตัวบ่อเกิดแห่งหายนะสำหรับเจ้า มันเป็นภัยคุกคามที่แฝงอยู่”
ภายใต้เรือนผมที่ยุ่งเหยิง แววตาของเยว่เหนิงจือใสกระจ่างบริสุทธิ์ แต่ยังคงคมกริบน่าเกรงขาม
ลูเยี่ยถามว่า “เป็นเจ้าสำนักที่สั่งให้ศิษย์พี่ทำเช่นนี้หรือ?”
เยว่เหนิงจือส่ายหน้า
“เป็นความคิดของข้าเอง ขาสัมผัสได้ว่าเจ้าสำนักให้ความสำคัญกับเจ้ามาก ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าย่อมไม่อยากให้เจ้าเกิดเรื่องขึ้น”
ลูเยี่ยกล่าวอย่างซาบซึ้ง “ศิษย์พี่ช่างดีกับข้าจริงๆ”
เยว่เหนิงจือแก้ไขว่า
“ข้าเติบโตในสำนักมาตั้งแต่เด็ก สำนักก็คือบ้านของข้า ข้าไม่ได้ใส่ใจแค่เจ้าคนเดียว แต่ใส่ใจศิษย์ทุกคนของสำนัก!”
ดูเหมือนว่าตนเองจะเข้าใจผิดไปเอง
เยว่เหนิงจือกล่าว “เป็นอย่างไร? เจ้าจะลองพิจารณาข้อเสนอของข้าหรือไม่?”
ลูเยี่ยส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าเขาให้ความสำคัญกับกล่องดาบเจ็ดชุนมากเกินไป แต่เพราะไม่ต้องการให้เยว่เหนิงจือ ‘รับเคราะห์’ แทนตนเอง!
เยว่เหนิงจือไม่ได้เกลี้ยกล่อมอีก นางลุกขึ้นแล้วเดินจากไปไม่ไกลนัก
ผู้อาวุโสห้าฉือเซียวมองเห็นทุกอย่างอยู่เงียบๆ แต่ก็ไม่ได้