นานทีปีหนที่เจ้าจะมาขอคำชี้แนะ รีบเข้ามาเร็วเข้า”
ค่ายกลของถ้ำเปลี่ยนแปลงไป ประตูใหญ่ก็เปิดออกต่อหน้าลูเยี่ย หลังจากลูเยี่ยเดินเข้าไปในถ้ำประตูใหญ่ก็ปิดลงตามหลัง ถูกค่ายกลปกคลุมเอาไว้
“นั่งเถิด”
บรรพชนหลินชวนยิ้มพลางรินน้ำชาถ้วยหนึ่งให้ลูเยี่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยน
ลูเยี่ยนั่งลงอย่างสบายๆ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านบรรพชน ข้ามีนิสัยตรงไปตรงมา ขออนุญาตพูดตรงๆ ข้าอยากจะขอคำชี้แนะจากท่านสักหน่อย หากบรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่ง ทะลวงขอบเขตล้มเหลวเหลือเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณ จะยังมีโอกาสฟื้นฟูคืนมาได้หรือไม่?”
บรรพชนหลินชวนดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยแล้วกล่าวอย่างประหลาดใจ “ลูเยี่ย เหตุใดเจ้าถึงสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาทันทีเล่า?”
ลูเยี่ยพลิกฝ่ามือ มียันต์ลับสีดำปรากฏขึ้น “ไม่ขอปิดบังท่านบรรพชน ภายในยันต์ลับในมือข้านี้ ได้ผนึกเศษเสี้ยวจิตวิญญาณดังกล่าวไว้”
บรรพชนหลินชวนจ้องมองยันต์ลับสีดำนั้น สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง “ผู้ใดกัน?”
ลูเยี่ยตอบอย่างไม่คิดมาก “ราชวงศ์ต้าเฉียน เซี่ยงอวิ๋นเทียน”
บรรพชนหลินชวนตกตะลึงและหลุดปากออกมาว่า “เขาก็ทะลวงขอบเขตล้มเหลวเช่นกันหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าบรรพชนหลินชวนมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
“เขาทะลวงขอบเขตล้มเหลวเช่นกันหรือ?” ลูเยี่ยครุ่นคิด “ท่านบรรพชน ท่านรู้ด้วยหรือว่ามีบรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์คนอื่นล้มเหลวในการทะลวงขอบเขตอีกหรือ?”
บรรพชนหลินชวนถอนห