เผ่ามนุษย์ในมหาพิภพอาคมจิตวิญญาณต่างก็มีต้นกำเนิดจากมหาพิภพนิลเหลืองเช่นเดียวกัน
เพียงแต่บรรพบุรุษถูกไล่ล่าสังหารเพราะสร้างพวกผิดแผกขึ้นมา พวกเขาก็มีจินตนาการถึงเทพเซียนเช่นกัน
เหล่าผู้แข็งแกร่งจนถึงขั้นที่ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ในยุคโบราณมักถูกเรียกขานว่าเทพเซียน จึงทำให้เกิดชื่อของเซียนแห่งยุทธ์ เทพแห่งยุทธ์ และอื่นๆ ปรากฏขึ้นมามากมายตลอดเวลาที่ผ่านมา
ในสายตาของกู้เฉินแล้วการใช้คำว่าเซียนเป็นนามแห่งมหามรรคาก็คือความอวดดี
ทว่าอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นอย่างน่าตกตะลึงเหลือใจ จนทำให้เขาไม่กล้าแสดงความคิดภายในใจออกมาได้
เขาเอ่ยอย่างเคารพยำเกรงว่า “ขอเป็นพันธมิตรเป็นตายร่วมกัน ร่วมเผชิญมหันตภัยแห่งวิถียุทธ์”
“แน่นอนว่าหากท่านต้องการสิ่งใดก็สามารถเอ่ยปากได้ ข้าจะกลับไปหารือกับท่านเจ้าพิภพ”
ร่างจิตจำแลงเทพตอบไปว่า “เรื่องเป็นพันธมิตรมิใช่ว่าไม่ได้ ส่วนว่าต้องการสิ่งใดนั้นวันหน้าค่อยว่ากัน ข้าจะส่งทูตไปหารือที่มหาพิภพอาคมจิตวิญญาณในภายหลัง”
ได้ยินเช่นนั้นกู้เฉินก็อึกอักขึ้นมา เขาต้องการไปรวบรวมข่าวสารที่มหาพิภพของอีกฝ่ายสักหน่อย
แต่อีกฝ่ายกลับตอบรับว่าจะเข้าเป็นพันธมิตร ทำเอาเขาไม่กล้าคิดได้คืบจะเอาศอก
หากอีกฝ่ายไม่แข็งแกร่งพอเขายังพอจะใช้อำนาจข่มได้ ความคิดเฉกเช่นสายฟ้า กู้เฉินตัดสินใจอย่างรวดเร็วพลางกล่าวว่า
“เช่นนั้นก็ขอต้อนรับท่าน ไม่ทราบว่าต้องเรียกขานท่านเช่นใด”
“พันกายหมื่นร่างดุจเคล็ดวิช