ูลลูยังคงราบรื่นสงบ ไม่มีผู้ใดในเมืองกล้ารุกราน
แต่หลังจากที่ประกาศจับของสำนักเต๋าหลิงซูปรากฏบนกำแพงเมือง สถานการณ์ในเมืองก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบงัน
ทั่วทั้งเมืองเทียนเหอ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ล้วนมองคนตระกูลลูเป็นดังเทพแห่งโรคระบาด พยายามหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลที่สุด
ไม่มีใครกล้าทำการค้ากับตระกูลลู ไม่มีใครกล้าติดต่อกับตระกูลลู ราวกับถูกโลกทอดทิ้ง
นี่คืออิทธิพลของสำนักเต๋าหลิงซู
ในสายตาของคนในโลกมนุษย์ คนของสำนักเต๋าหลิงซูไม่ต่างอะไรกับเทพเซียนที่อยู่นอกโลก
เด็กน้อยวัยเจ็ดแปดขวบกลุ่มหนึ่งกลับบ้านอย่างตื่นเต้น
พวกเขานั้นดูทรุดโทรมอย่างมาก ผมเผายุ่งเหยิง อาภรณ์เปื้อนฝุ่นดินไปทั่ว หลายคนยังมีจมูกช้ำและหน้าบวม
“บัดซบ! คราวหน้าจะไปตีพวกสุนัขรับใช้พวกนั้นอีก!”
“กล้าด่าว่าพวกเราตระกูลลูว่าเป็นเทพแห่งโรคระบาด เจอครั้งไหนก็ต้องตีครั้งนั้น!”
พากันด่าทออย่างดุดัน แต่ทุกคนต่างรู้สึกภาคภูมิใจเพราะออกไปต่อสู้ข้างนอกแล้วได้รับชัยชนะอีกครั้ง
ลูเชียวเห็นเช่นนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ
เหล่าเด็กน้อยของตระกูลลูล้วนได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะออกไปที่ใดก็ล้วนถูกเด็กเนื้อรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาดูหมิ่นเหยียดหยามและเย้ยหยัน
เด็กน้อยไม่เข้าใจเรื่องราว แต่พวกผู้ใหญ่จะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
ท่าทีของผู้ใหญ่ย่อมจะส่งผลกระทบต่อพวกเด็กๆ อย่างแน่นอน!
“พวกเจ้าเข้ามาที่นี่ ชนะหรือไม่?”
หยวนคุนเอ่ยถามเสีย