รุ่งเช้าของวันถัดมา ฟ้าเพิ่งจะสาง ลูเยี่ยก็ออกจากเรือนเมฆาเขียวแล้วเดินทางไปยังตำหนักสมบัติสวรรค์
“ดาบพิชิตมารเอย ดาบพิชิตมาร เจ้าดาบพังๆ นี้อย่าทำให้ข้าผิดหวังเป็นอันขาดเชียวนะ!”
ลูเยี่ยนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็รู้สึกเจ็บปวดใจ เพื่อทดสอบดาบพิชิตมาร เขาเกือบจะเอาสมบัติระดับตำหนักวิญญาณทั้งหมดที่มีอยู่ตามตัวออกมา
ตามที่ลูเยี่ยคาดการณ์ไว้ ดาบบินที่มีพลังอันชั่วร้ายและโหดเหี้ยมนี่เหมือนกับมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง สามารถกลืนกินพลังวิญญาณของสมบัติล้ำค่าของเขาเพื่อซ่อมแซมตนเองสมบัติล้ำค่าระดับตำหนักวิญญาณที่ลูเยี่ยสะสมไว้แทบจะถูกกลืนกินจนหมดเกลี้ยง เหมือนเป็นนักกินตัวฉกาจเลยทีเดียว แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ชัดเจนเท่าใดนัก รอยร้าวทั้งแปดที่อยู่บนตัวดาบยังคงอยู่เหมือนเดิม มีเพียงรอยร้าวหนึ่งที่ดูเล็กลงไปเล็กน้อยเท่านั้น!
ลูเยี่ยทำได้เพียงปลอบใจตัวเองว่า ในเมื่อมันกินเก่งถึงเพียงนี้ ย่อมหมายความว่าพื้นฐานเดิมของดาบพังๆ ก่อนที่จะเสียหายจะต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!เขาเข้าใจดีว่าในระยะเวลาอันสั้น อย่าหวังเลยว่าดาบพังๆ นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพใดๆ
“เมื่อดาบเล่มนี้ตกอยู่ในมือของบรรพชนหลินชวน คงไม่เคยเกิดความผิดปกติเช่นนี้มาก่อน”ลูเยี่ยคิดในใจ “ไม่เช่นนั้นด้วยวิธีการของเขา คงจะรีบนำสมบัติล้ำค่ามากมายมาเป็นอาหารให้กับดาบพิชิตมารไปนานแล้ว…”
เมื่อตระหนักได้ในจุดนี้ ลูเยี่ยก็ยิ่งมั่นใจว่าความผิดปกติขอ