ก็ไม่ต้องการแล้ว” ชายหนุ่มอาภรณ์สีดำคนหนึ่งออกมายืนข้างหน้า ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเปิดเผย
ลูเยี่ยส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ไม่ได้ ในเมื่อพวกเราตกลงจะประลองกันแล้ว จะถอนตัวโดยไม่ต่อสู้ได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มอาภรณ์สีดำรู้สึกสะดุ้ง “ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องการอะไร?”
ลูเยี่ยกล่าวว่า “เอาหินวิญญาณระดับสูงมาอีกหนึ่งร้อยก้อนก่อน ถือเป็นค่าไถ่เพื่อยุติความบาดหมาง”
แม้ในเวลาเช่นนี้ ลูเยี่ยก็ยังไม่ลืมที่จะหาโอกาสเรียกเงินค่าไถ่อีกก้อนรึ? แต่แล้วชายหนุ่มอาภรณ์สีดำกลับทำท่าเหมือนโล่งอก “ได้!”
เขาหยิบถุงเก็บของใบหนึ่งออกมาแล้วส่งให้ลูเยี่ยทางอากาศ จากนั้นก็หมุนตัวจากไปอย่างรีบร้อน การจ่ายค่าไถ่ยังไงก็เป็นเรื่องที่น่าอับอายและเสียหน้าเกินไป ลูเยี่ยยิ้มตาหยีมองไปยังคนที่เหลือ “พวกท่านก็สามารถทำตามอย่างเขาได้”
ต้องยอมรับว่าศิษย์หลักที่มีความกล้าหาญของสำนักกระบี่เกาสวรรค์มีอยู่ไม่น้อย ในบรรดาคนที่เหลืออยู่นั้น สุดท้ายมีเพียงสองคนเท่านั้นที่จ่ายค่าไถ่แล้วหมุนตัวเดินจากไป ส่วนที่เหลือเลือกที่จะต่อสู้โดยไม่สนใจอะไร การพ่ายแพ้คนไม่สำคัญเท่ากับการพ่ายแพ้ศักดิ์ศรีก็เป็นเช่นนี้เอง และแน่นอน พวกเขาทั้งหมดก็พ่ายแพ้ไม่มีข้อกังขาใดๆ
นับแต่นี้ ลูเยี่ยได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์! ชนะอย่างยิ่งใหญ่!
และผู้คนที่มาดูการต่อสู้ด้วยความตื่นเต้นในครั้งนี้ ต่างก็ตะลึงงันไปตามๆ กัน พวกเขาถูกความตื่นตะลึงกระแทกจนไม่อาจอธิบายได้ ไม่มีก