านกุยหยวนต้องแสดงจุดยืนของตน วานกุยหยวนสีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา ถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ลุง เจ้าสำนักกังวลมากเกินไปแล้ว ข้ายังไม่ถึงกับตกต่ำถึงเพียงนั้น” ทันใดนั้นเขาสูดหายใจลึกๆ หนึ่งครั้งแล้วกล่าวเสียงทุ่มต่ำว่า “ข้าขอรับรอง เกี่ยวกับเรื่องลูเยี่ย ข้าจะให้ความร่วมมือในการปิดบังข่าวสารอย่างเต็มที่!”
บรรพชนหลินชวนจึงพยักหน้า “การแข่งขันภายในสำนักเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะต้องคำนึงถึงภาพรวมเป็นสำคัญ!”
ริมฝีปากของเวินชิวเจวี่ยปรากฏรอยยิ้มบาง เด็กหนุ่มลูเยี่ยผู้นั้น นับเป็นบุตรแห่งโชคลาภของนางจริง ครั้งนี้อาศัยอำนาจของเขาบีบให้ผู้อาวุโสใหญ่ต้องยอมถอยไปหนึ่งก้าว เวินชิวเจวี่ยกำลังคิดอยู่แล้วว่าควรจะให้รางวัลอะไรแก่ลูเยี่ยดี ถึงอย่างไรวันนี้ลูเยี่ยทำผลงานได้ดีเยี่ยมมาก สมควรได้รับรางวัล!
และในเวลานี้ ผู้อาวุโสใหญ่วานกุยหยวนก็กล่าวขึ้นกะทันหันว่า “ข้าจำได้ว่า อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าสำนักของเราจะคัดเลือกศิษย์หลักกลุ่มหนึ่ง เพื่อไปแสวงหาโชคลาภใน ‘เขตหวงห้ามลึกลับที่สี่’ ข้าเห็นว่าลูเยี่ยเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด!”
ดวงตาวาววับของเวินชิวเจวี่ยหรี่ลง เมื่อวานนี้นางได้พูดคุยเรื่องนี้กับลูเยี่ยแล้ว แต่เมื่อผู้อาวุโสใหญ่กล่าวเช่นนี้ กลับทำให้นางเกิดความระแวดระวัง เวินชิวเจวี่ยถามอย่างไม่แสดงสีหน้า “เหตุใดผู้อาวุโสใหญ่จึงกล่าวเช่นนี้?”
วานกุยหยวนตอบอย่างตรงไปตรงมา “ทุกคนต่างรู้ดีว่า