”
ลูเยี่ยขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “นี่มันรังแกคนซื่อๆ ชัดๆ”
“เจ้ายังจะบอกว่าตัวเองซื่ออีกหรือ?”
เวินชิวเจวี่ยมองด้วยสายตาที่ประหลาด หลังจากนั้น ลูเยี่ยก็เล่าเรื่องกล่องดาบเจ็ดชุนและดาบพิชิตมารให้เวินชิวเจวี่ยฟังโดยไม่ได้ปิดบังอะไรเลย
เวินชิวเจวี่ยฟังจบก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึมอย่างที่ไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก “หากรู้ว่าดาบเล่มนี้มีพลังชั่วร้ายเช่นนี้ ท่านบรรพชนหลินชวนคงไม่มอบมันให้เจ้าอย่างง่ายดาย”
ลูเยี่ยกล่าว “เช่นนั้นหมายความว่าดาบเล่มนี้ก็มุ่งเป้ามาที่ข้าคนเดียวเท่านั้นรึ?”
“เจ้าตามข้ามา”
เวินชิวเจวี่ยพาลูเยี่ยไปหาท่านบรรพชนหลินชวนโดยตรง ท่านบรรพชนหลินชวนก็ตกใจมากเช่นกัน เขากล่าวตรงๆ ว่า “หลังจากดาบเล่มนี้ตกมาอยู่ในมือของข้า มันไม่เคยมีปฏิกิริยาแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อนเลย!”
เวินชิวเจวี่ยกล่าวว่า “ลูเยี่ย หากเจ้ารู้สึกถึงอันตราย สามารถคืนดาบเล่มนี้ให้กับท่านบรรพชนหลินชวนได้”
สาเหตุที่ลูเยี่ยต้องการสืบค้นเรื่องนี้ก็เพียงเพราะอยากรู้ว่าบรรพชนหลินชวนมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าจะคืนสมบัติล้ำค่าแต่อย่างใด เขายิ้มพลางส่ายหน้า กล่าวว่า “สมบัติที่ได้มาอยู่ในมือแล้ว จะยอมคืนกลับไปได้อย่างไรกัน!”
บรรพชนหลินชวนยิ้ม “หลังจากเรื่องนี้ทำให้ข้ามั่นใจว่า ต่อไปเจ้าจะสามารถไขความลับที่แท้จริงของดาบเล่มนี้ได้อย่างแน่นอน!”
ไม่นาน ลูเยี่ยก็กล่าวลาจากไป
“ท่านอาจารย์ลุง ไม่ว่าลูเยี่ยจะเชื่อหรือไม่ในความจริงใจข