“หลังจากที่ข้าได้ปรึกษาหารือกับเหล่าผู้อาวุโสแล้ว พวกเราได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะมอบ ‘เรือนเมฆาเขียว’ บนยอดเขาเวยหรานให้เป็นที่พำนักและฝึกฝนของลู่เยี่ย”
เสียงอันทรงอำนาจของเจ้าสำนักเวินชิวเจวี่ยดังก้องภายในห้องโถงใหญ่
“นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลเป็นหินวิญญาณระดับสูงหนึ่งร้อยก้อน หินวิญญาณระดับกลางหนึ่งพันก้อน หินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งแสนก้อน!”
“มอบโอสถวิญญาณสร้างรากฐานชั้นเลิศหนึ่งขวด สมุนไพรวิญญาณระดับตำหนักวิญญาณสิบต้น…”
หลังจากที่กล่าวชื่อสมบัติล้ำค่ากว่าสิบชนิด เวินชิวเจวี่ยก็กล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ ลู่เยี่ยยังสามารถเลือกสมบัติวิญญาณระดับตำหนักวิญญาณสามชิ้นจากตำหนักสมบัติสวรรค์ได้ตามใจชอบ”
“สามารถเลือกเคล็ดวิชาของสำนักหนึ่งเล่ม และคัมภีร์ลับอื่น ๆ สามเล่มได้อย่างอิสระจากตำหนักคัมภีร์หลัก”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
รางวัลเช่นนี้ ช่างเป็นของกำนัลชิ้นใหญ่มหาศาลจริงๆ
ไม่ต้องพูดถึงบรรดาศิษย์หลักที่นั่งอยู่ตรงนั้นนั่น แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งหลายก็ยังรู้สึกสั่นสะท้านในใจไม่หาย
ในปีนั้นเมื่อเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ฉินชิงหลีเข้าร่วมสำนัก ก็ยังไม่เคยได้รับการดูแลอย่างดีขนาดนี้มาก่อน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนเมฆาเขียวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเวยหรานนั่น ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกฝนชั้นดีที่สุดในสำนัก
นอกจากเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ฉินชิงหลีแล้ว ยังไม่มีศิษย์หลักคนใดที