“พวกเจ้าไม่ต้องพยายามห้ามข้าอีก”
บรรพชนหลินชวนลุกขึ้น เดินมายืนอยู่ตรงหนาลู่เยี่ย และกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า “คนมีพรสวรรค์เหนือคนอย่างเจ้า ไม่ว่าจะไปฝึกฝนที่สำนักใด ก็ล้วนจะได้รับการให้ความสำคัญ”
“และในความเห็นข้า การที่เจ้าได้เข้าร่วมสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ถือเป็นโชคของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์!”
เขาหยุดพักครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ ข้าไม่สนใจว่าเจ้ามีจุดประสงค์อะไรในการเข้าร่วมสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ ข้าเพียงหวังว่าในอนาคต… เจ้าจะถือว่าสำนักกระบี่เก้าสวรรค์เป็นบ้านของเจ้าอย่างแท้จริง”
กล่าวจบ เขาก็ยื่นกล่องดาบเจ็ดชุนให้ลู่เยี่ย “รับดาบไปเถิด!”
ทุกคนเงียบกริบ สีหน้าซับซ้อน
พวกเขามองออกว่าบรรพชนหลินชวนให้ความสำคัญกับลู่เยี่ยมากกว่าพวกเขา!
ลู่เยี่ยย่อมรู้สึกได้เช่นกัน
เขายื่นมือทั้งสองรับกล่องดาบเจ็ดชุน แล้วกล่าวว่า “ขอน้อมรับคำสั่ง ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่มอบดาบให้!”
บรรพชนหลินชวนเผยรอยยิ้ม “การแข่งขันและความขัดแย้งภายในสำนัก ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นเอาชีวิต พวกเราคนแก่เหล่านี้ล้วนไม่เข้าไปยุ่ง”
“แต่เมื่ออยู่นอกสำนัก หากผู้ใดก็ตามที่กล้ารังแกศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ ข้าจะต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม แม้ต้องแลกด้วยร่างกระดูกแก่ชราเหล่านี้ก็ตาม”
“ข้าก็ปฏิบัติเช่นนี้กับเจ้าด้วยเช่นกัน”
เมื่อกล่าวจบ บรรพชนหลินชวนก็หันหลังเดินจากไป
ลู่เยี่ยอุ้มกล่องดาบไว้ในมือ มองดูร่างที่ผ