นขอบเขตตำหนักวิญญาณ
แม้กระนั้น สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ก็เป็นหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียน แม้แต่การทดสอบเพื่อเข้าสำนักก็ยังเข้มงวดอย่างถึงที่สุด
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ในจำนวนผู้เข้าร่วมทดสอบทุกหนึ่งหมื่นคน จะมีเพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้นที่สามารถผ่านการทดสอบได้
อัตราการคัดออกระดับนี้ ถือได้ว่าไม่มีแม้แต่หนึ่งในหมื่นรอดชีวิต!
ลู่เยี่ยมีพลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณแล้ว แต่ตามกฎแล้ว เขายังคงต้องผ่านการทดสอบเข้าสำนัก
บนแท่นทดสอบ
การทดสอบครั้งแรกเพื่อวัดกระดูกรากฐานของลู่เยี่ยกำลังจะเริ่มขึ้น
บริเวณรอบ ๆ แท่นทดสอบมีผู้คนแออัดยัดเยียดไปหมดแล้ว!
“มีผู้คนมากมายขนาดนี้เชียว”
อวิ๋นเป่ยเฉินรู้สึกประหลาดใจ
“ลู่เยี่ยได้รับความนิยมมากเพียงใด ถึงได้รับความสนใจมากมายถึงเพียงนี้?”
ภาพตรงหน้านี้ เรียกได้ว่าผู้คนทั้งเมืองแห่กันออกมาดู เป็นโอกาสเหมาะที่จะแสดงความโดดเด่น
หากเป็นปกติแล้ว อวิ๋นเป่ยเฉินคงอดใจไม่ไหว รีบหาโอกาสอวดโอ้ไปแล้ว
แต่เมื่อนึกถึงว่าลู่เยี่ยเคยร่วมดื่มสุรากับตน อวิ๋นเป่ยเฉินก็ยังคงอดใจไว้ได้
น้องชายจะเข้าร่วมการทดสอบ ตนเองก็ไม่ควรจะขโมยความโดดเด่นของเขา!
“คุณชาย! นี่ไม่ใช่การต้อนรับหรอกนะ”
หลิวจิ่นกล่าวเสียงเบา
“เพราะความสัมพันธ์กับชิงหลี ทำให้ลู่เยี่ยเป็นที่เกลียดชังอย่างมาก ทั้งสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ล้วนอยากให้เขาแยกกับชิงหลีไปนานแล้ว”
อวิ๋นเป่ยเฉินลูบคางพลางวิจารณ์ว่า
“โทษก็แต่แม