่นางชิงหลีมีความสามารถโดดเด่นเกินไป”
หลิวจิ่นเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ในใจของนาง ฉินชิงหลีเปรียบเหมือนเซียนจากสวรรค์ ลู่เยี่ยไม่อาจเทียบได้เลย
“ฉินชิงหลีเล่าอยู่ที่ใด?”
อวิ๋นเป่ยเฉินถาม
“ข้าตามหามาครึ่งค่อนวัน ก็ยังไม่พบนางเลย”
จากที่ไม่ไกลนัก เจ้าสำนักเวินซิวเจวี๋ยกล่าวว่า
“ฉินชิงหลีกำลังปิดด่านอยู่ ยังไม่รู้เรื่องที่พวกท่านมาเลย”
การทดสอบกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่แท่นทดสอบพร้อมกัน
ลู่เยี่ยในอาภรณ์สีดำพร้อมดาบที่เหน็บไว้ที่เอว ยืนเพียงลำพังอยู่บนนั้น ร่างสูงโปร่งของเขาอาบไล้ด้วยแสงสวรรค์
“ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น รูปลักษณ์ของลู่เยี่ยนี้นั้นช่างหล่อเหลาจริงๆ!”
“รูปงามหน้าตาดี บุคลิกโดดเด่น สายตาของศิษย์พี่ชิงหลีช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!”
หญิงสาวบางคนกระซิบกระซาบกัน สายตาที่มองไปทางลู่เยี่ยล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ภาพนี้ทำให้ศิษย์ชายหลายคนอิจฉา ในใจรู้สึกไม่พอใจลู่เยี่ยมากขึ้นเรื่อย ๆ
มีคนแค่นเสียงเย็นชาว่า
“ช่างไร้สาระ หน้าตาดีกินแทนข้าวได้หรือ?”
“แน่นอนว่าได้!”
“ข้ายินดีให้เขากินบุญเก่า! กินไปจนตลอดชีวิตก็ยังได้!”
พวกศิษย์หญิงพากันส่งเสียงจอกแจกแย้งกลับ
บนแท่นทดสอบ ลู่เยี่ยนั่งขัดสมาธิ
ก่อนหน้านี้ เขาได้เรียนรู้แล้วว่า การทดสอบกระดูกรากฐานนั้นง่ายมาก
แท่นทดสอบนี้สร้างขึ้นจากสมบัติล้ำค่าหายากที่เรียกว่า ‘หินวิญญาณเสวียนหมิง’ ซึ่งพื้นผิวของมันยั