ามจริง
ลู่เยี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากข้าสามารถปลุกสัญลักษณ์ดอกบัววิเศษได้ห้าดอก ท่านจะต้องขอโทษข้าต่อหน้าผู้คน ยอมรับว่าตนเองตาถั่วไม่เห็นภูเขา เป็นอย่างไร?”
ยังมีพลังที่เก็บซ่อนไว้อีกหรือ?
ทุกคนรู้สึกตกตะลึง ลู่เยี่ยผู้นี้ไม่ซื่อสัตย์เลยจริงๆ ในเมื่อสามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ กลับจงใจซ่อนเร้นไว้!
“ข้าเห็นนานแล้วว่าเจ้าหนุ่มนี้ไม่ซื่อตรง!”
เซี่ยงชิงโจวแค่นเสียงเย็นชา
“ยังกล้าเล่นลูกไม้ในการทดสอบอีก น่ารังเกียจนัก!”
ลู่เยี่ยกล่าวว่า
“ข้าแค่ถามว่าท่านกล้าหรือไม่ ถ้าไม่กล้าก็หุบปากเสีย อย่าให้ข้าต้องเสียเวลาในการทดสอบ และเสียเวลาของทุกคนไปเปล่า ๆ”
คำพูดช่างไม่สุภาพเอาเสียเลย
ศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์จะเคยเห็นคนบ้าระห่ำที่ไร้ความเกรงกลัวถึงเพียงนี้ที่ไหนมาก่อน?
ยังไม่ทันได้เข้าไปในสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ ก็กล้าชี้หน้าด่าผู้อาวุโสใหญ่นอกสำนักเสียแล้ว!
ผู้อาวุโสเหล่านั้นที่อยู่ในที่นั้นก็ประหลาดใจ ชายหนุ่มผู้นี้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก
หลิวจิ่นเอามือกุมหน้าผาก ในใจโกรธจนแทบคลั่ง
เจ้าหนุ่มผู้นี้ช่างเป็นตัวก่อเรื่องชัด ๆ เขาจะไม่สร้างปัญหาสักครั้งไม่ได้หรือไง!?
อวิ๋นเป่ยเฉินกลับกล่าวอย่างพอใจว่า
“นิสัยของน้องชายลู่ ข้าชอบ!”
“ผู้อาวุโสเซี่ยง หากข้าเป็นเจ้า ข้าคงทนไม่ไหวแน่!”
“ใช่แล้ว ถูกคนรุ่นหลังตำหนิต่อหน้าธารกำนัล ยังจะมีหน้าอยู่อีกหรือไม่?”
ผู้อาวุโสบางคนหัวเ