ลู่เยี่ยได้ยินมานานแล้วว่า เจ้าสำนักกระบี่เก้าสวรรค์เวินชิวเจวี่ยนั้นมีโฉมงดงามล้ำเลิศและมหาวิถีลึกเกินหยั่งถึง ทว่า ท้ายที่สุดก็มิเคยพบเห็นนางมาก่อน
จนกระทั่งบัดนี้ เมื่อได้เห็นกับตาตนเองแล้ว จึงได้รู้ว่าข่าวลือนั้นยังถือว่ากล่าวไว้น้อยเกินไปนัก
สตรีผู้เปรียบดังตำนานผู้นี้ มีรูปโฉมงดงามเยาว์วัยดุจดรุณี ผมสีขาวดุจหิมะ สวมใส่อาภรณ์ขนนกสีดำเรียบง่าย อุปนิสัยของนางนั้นโดดเด่นเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ ท่วงท่าสง่างามเหนือผู้อื่น ผู้ใดได้พบเห็นล้วนต้องตกตะลึงพรึงเพริด
ลู่เยี่ยเคยได้ยินท่านอารองกล่าวว่า เมื่อหลายปีก่อน จักรพรรดิต้าเฉียนหลงรักในเวินชิวเจวี่ยอย่างมาก และแสดงความรู้สึกชื่นชมต่อนางหลายครั้ง
ถึงแม้ว่าจักรพรรดิต้าเฉียนจะถูกปฏิเสธหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยลืมเลือน ราวกับถูกมนต์สะกด
เมื่อได้เห็นในวันนี้ ลู่เยี่ยจึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของจักรพรรดิต้าเฉียนบ้างแล้ว ความงามของเวินชิวเจวี่ยนันมิได้มีเพียงรูปโฉมและอุปนิสัยเท่านั้น ในฐานะเจ้าสำนักหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียน นางยังมีความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความสุขุมและสง่าราศีอย่างยิ่ง!
“งดงามตามธรรมชาติ ท่วงทางดงามโดดเด่น ไม่คาดคิดเลยว่าในโลกมนุษย์นี้จะมีสตรีงามถึงเพียงนี้” อวินเปยเฉินเอ่ยชมด้วยความชื่นชม
ในโถงต้อนรับแขกนอกจากเวินชิวเจวี่ยแล้ว ยังมีผู้อาวุโสของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์อยู่ไม่น้อย เมื่อได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของทุกค