อวิน และยังไม่รู้ว่าห่างกันกี่รุ่น
หากตนเองได้อยู่ร่วมกับฉินชิงหลี ลำดับชั้นอาวุโสของวงศ์ตระกูลนี้คงจะสับสนวุ่นวายเกินไปแล้ว
เมื่อไมอาจหลีกเลี่ยงได้ ก็คงต้องนับความอาวุโสกันไปคนละแบบ!
ไม่นานหลังจากนั้น หลิวจินก็กลับมา คณะเดินทางจึงออกเดินทางต่อกันอีกครั้ง
หนึ่งวันต่อมา สำนักเตาหลิงซู
ในห้องโถงใหญ่ แผ่นหยกบันทึกภาพก่อเกิดม่านแสงขึ้น ฉายให้เห็นภาพอวินเปยเฉินสังหารชายวัยกลางคนอาภรณ์สีฟ้า
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา ชายวัยกลางคนอาภรณ์สีฟ้าก็ถูกสังหาร
สีหน้าของเจ้าสำนักต้วนซิงเฟิงและเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายต่างหน้ามืดครึ้มลงอย่างพร้อมเพรียง
บรรยากาศในห้องโถงใหญ่กลับเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง เสียงอันเต็มไปด้วยความเหยียดหยามของอวินเปยเฉินราวกับยังคงก้องกังวานอยู่ในหู
‘ช่างน่าสงสารเหมือนกบในบ่อที่ไม่รู้จักโลกกว้าง’
‘สุดท้ายแล้ว มหาวิถีในโลกมนุษย์ก็แคบเกินไป จำกัดวิสัยทัศน์ของเจ้าเอาไว้’
‘การสังหารคู่ต่อสู้เยี่ยงนี้ เหมือนกินปีกไก่… ไร้รสชาติ’
…คำพูดเหล่านี้ทำให้ใต้เท้าทั้งหลายที่นั่งอยู่ในที่นี้แทบจะทนไม่ไหว
“คนที่สังหารผู้อาวุโสหยางซงนามว่าอวินเปยเฉิน พวกท่านเคยได้ยินชื่อหรือไม่?” ต้วนซิงเฟิงถาม
ทุกคนมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครตอบ ความจริงแล้ว ชื่อนี้ช่างแปลกหูเหลือเกิน ทั่วทั้งแผ่นดินต้าเฉียน ไม่เคยมีใครได้ยินว่ามีคนชื่อนี้มาก่อน
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่จะต้องเป็นผู้ช่วยที่ลู่เยี่ยเชิญมาอย