ู่เยี่ยตกตะลึง “ข้าหรือ?”
สือจงยิ้มตาหยี “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกคนต่างก็คาดเดาว่า ชายหนุ่มที่สามารถทำให้เทพธิดาของสำนักพวกเราอย่างฉินชิงหลีหลงรักได้นั้น จะต้องมีความสง่างามเพียงใด บัดนี้ในที่สุดข้าก็ได้เห็นแล้ว”
ลู่เยี่ยจึงเข้าใจแล้วว่า เหตุผลที่เขามีชื่อเสียงนั้น แท้จริงแล้วเกี่ยวข้องกับฉินชิงหลี!
ลู่เยี่ยอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “พี่ชาย ข้ารู้สึกว่าคำพูดของท่านมีนัยอะไรบางอย่าง หรือว่าชื่อเสียงของข้าในหมู่พวกท่านที่สำนักกระบี่เก้าสวรรค์นั้นแย่มาก?”
สือจงหัวเราะ “ท่านนะ ถ้าหากในอนาคตท่านได้ฝึกฝนอยู่ที่สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ ควรจะระมัดระวังตัวสักหน่อยก็ดี”
ฉินชิงหลีมีตำแหน่งที่สูงส่งอย่างไม่มีใครเทียบในสำนัก มีผู้ชื่นชมและผู้ที่หมายปองมากมายนับไม่ถ้วน หากพวกเขาได้เห็น ‘คู่หมั้น’ ของฉินชิงหลีปรากฏตัวขึ้น จะต้องมีปฏิกิริยาอย่างไร?
แค่นึกถึงก็ทำให้สือจงรู้สึกตื่นเต้นแล้ว
“คนผู้นี้เป็นใครหรือ?” อวินเปยเฉินที่ยืนมือไพล่หลังและมีสีหน้าเย็นชาหยิ่งผยองก็เอ่ยปากขึ้นมาอย่างกะทันหัน
มองตามสายตาของเขามองไป ก็เห็นว่าที่นอกประตูสำนักมีชายในชุดผ้าป่านผมเผารุงรังนั่งขัดสมาธิอยู่
ผิวของเขาเป็นสีทองแดง ดวงตาปิดสนิท แม้เพียงแค่นั่งอยู่ตรงนั้น พลังลมปราณที่แผออกมาจากร่างก็ยังคงคมกริบดุจคมมีด น่าเกรงขามยิ่งนัก
สีหน้าของสือจงซับซ้อน ส่ายหน้ากล่าวว่า “เขาหรือ อย่าพูดถึงเลยจะดีกว่า”
เขาพาลู่เยี่ยและคนอื่น ๆ