ะกูลพานและตระกูลฉินเปิดศึกกัน ลู่เยี่ยไม่สามารถช่วยอะไรได้ในตอนนี้ แต่สามารถส่งตัวประกันสองคนให้กับฉินอูซางได้!
นอกจากนี้ ลู่เยี่ยยังเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง ให้เหล่าเกานำไปมอบให้ฉินอูซาง
ส่วนที่เหลือ ก็คือการรอคอย
ในห้อง
‘สิ้นเปลืองหินวิญญาณพวกนั้นไปเปล่า ๆ ถึงแม้จะทิ้งลงแม่น้ำก็ยังมีเสียงดังบ้าง แต่เอาไปป้อนให้ผังดาบเก้าคุมขังกิน ก็เหมือนกับโยนซาลาเปาไส้เนื้อให้สุนัขกิน!’
ลู่เยี่ยที่กำลังนั่งสมาธิฝึกฝนบ่นในใจ
ก่อนหน้านี้ที่เทือกเขาเฉียนเฟิง เพื่อจะปลุกผังดาบเก้าคุมขัง เขาแทบจะใช้หินวิญญาณระดับสูงที่มีอยู่บนตัวไปจนหมดเกลี้ยง
ตอนนี้นึกขึ้นมาก็ยังรู้สึกเจ็บใจไม่หาย
“ยังดีที่ความก้าวหน้าของพลังบำเพ็ญยังถือว่าไม่เลว…”
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ลู่เยี่ยไม่เคยหย่อนยานเลยแม้แต่น้อย ตราบใดที่มีเวลาก็จะฝึกฝนทันที
ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน พลังบำเพ็ญของเขาก็มีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับเรื่องนี้ ลู่เยี่ยก็พอใจมากแล้ว
เพียงแค่เรื่องเดียวที่ทำให้ลู่เยี่ยรู้สึกปวดหัว นั่นก็คือมันสิ้นเปลืองเงินเหลือเกิน!
สาเหตุก็คือเขามีรากฐานที่แข็งแกร่งเกินไป
เคล็ดวิชาลับขอบเขตตำหนักวิญญาณก็ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ด้วย ‘เคล็ดวิชาแปลงต้นกำเนิด’ และ ‘เคล็ดวิชาปูเชวี่ย’
จนกระทั่งเวลาฝึกฝน มักจะต้องใช้ทรัพยากรในการฝึกฝนเป็นสิบเท่าหรือร้อยเท่า
ทั้งที่หลังจากสังหารองค์ชายสามและคนเหล่านั้น ทำให้ลู่เยี่ยได้รับของริบจำนวน