กจากนี้ ประมุขตระกูลฉินได้ส่งจดหมายถึงเวินชิวเจวี่ยเจ้าสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ เพื่อแนะนำให้ท่านไปฝึกฝนที่สำนักกระบี่เก้าสวรรค์”
ลู่เยี่ยพยักหน้า หยิบสุราหนึ่งไหส่งให้เหล่าเกา “ท่านเหนื่อยแล้ว”
เหล่าเกายิ้มกว้าง “แค่ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ไม่นับเป็นอันใดหรอก”
จากนั้นเหล่าเกาก็กล่าวว่า “อ้อใช่ ประมุขตระกูลฉินได้จัดเตรียมคนมายังเมืองเทียนเหอแล้ว ว่ากันว่าพวกเขาจะมาร่วมเดินทางไปยังสำนักกระบี่เก้าสวรรค์กับคุณชายลู่”
ลู่เยี่ยถอนใจกล่าวว่า “ท่านลุงฉินช่างมีน้ำใจจริง ๆ”
เจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียนอยูเหนือโลกมนุษย์ หากไม่มีผู้นำทาง ย่อมไม่มีทางหาตำแหน่งที่ตั้งของสำนักเหล่านี้ได้
เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งวัน
ลู่เยี่ยก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากเจ้าสำนักสำนักเตาหลิงซู
มีเพียงประโยคเดียว ‘สำนักเตาหลิงซูไม่สนใจที่จะเล่นงานแค่ตระกูลลู่เล็ก ๆ แต่เจ้าลู่เยี่ยระวังตัวไว้ให้ดี!’
ลงนามในจดหมายคือ ‘ต้วนซิงเฟิง’ นามของเจ้าสำนักเตาหลิงซู!
ท้ายจดหมายยังประทับตราหยกของเจ้าสำนักเตาหลิงซูอีกด้วย
หลังจากอ่านจบ ลู่เยี่ยกลับหัวเราะออกมา
เห็นได้ชัดว่า กิตติศัพท์ความเกรงขามของท่านอารองยังคงหลงเหลืออยู่ แม้แต่สำนักเตาหลิงซูก็ยังคงรู้สึกเกรงใจ ไม่กล้าเปิดหน้าศึกออกมาเล่นงานตระกูลลู่อย่างโจ่งแจ้ง
และสำหรับลู่เยี่ยแล้ว แค่สำนักเตาหลิงซูไม่ได้มุ่งเป้าเล่นงานตระกูลลู่ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนเรื่องที่จะเล่นงานตัวนาง… คงต้องดูก